เกษตรเชิงท่องเที่ยวน่าสนใจในมุมเด็กเกษตรยุคใหม่

ความรู้วิชาการเกษตร หมวดนี้สำหรับรวบรวม ความรู้ทางการเกษตร ทุกรูปแบบ
yositacha
โพสต์: 5
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 27 พ.ค. 2020 10:36 am

เกษตรเชิงท่องเที่ยวน่าสนใจในมุมเด็กเกษตรยุคใหม่

ข้อมูล โดย yositacha » พฤหัสฯ. 28 พ.ค. 2020 2:31 am

ดิฉัน นางสาวโยษิตา จันทะวงษ์ เป็นนิสิตคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นคนที่มีความสนใจในเรื่องของเกษตรเชิงท่องเที่ยว และได้มีโอกาสได้เดินทางไปท่องเที่ยวด้วยตนเอง และศึกษาดูงานตามแหล่งผลิตพืชต่างๆที่ทางคณะได้ทำการส่งเสริม ตัวอย่างสถานที่ที่ดิฉันประทับใจ ได้แก่ สวนบิ๊กเต้ที่ทำการปลูกเบญจมาศ โรงเพาะเห็ดลุงแดงบางกระเจ้า สวนเวฟปากแดง แหล่งผลิตพิทูเนียที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย เป็นต้น

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างการเกษตรแบบดั้งเดิมกับการเกษตรเชิงท่องเที่ยวสมัยใหม่กันก่อน

ในอดีตการทำเกษตรกรรมวิถีเดิม จะเป็นการผลิตพืชเพื่อจำหนายให้กับนายทุนหรือพ่อค้าคนกลาง ซึ่งมีความเสี่ยงค่อนข้างสูง มีกลไกทางการตลาดที่ไม่แน่นอน จนหลายครั้งที่ทำให้เกษตรกรขาดทุนจากการทำการเกษตรกรรม ผลผลิตเน่าเสียหรือเสื่อมคุณภาพ เกษตรกรส่วนใหญ่ในสมัยก่อนนั้นขาดความรู้ ความเข้าใจในการผลิตพืช เน้นปลูกในปริมาณมากแต่ไม่คำนึงถึงคุณภาพและความต้องการของตลาด นิยมปลูกพืชตามกระแส และเมื่อตนทำการเกษตรแล้วได้กำไรเพียงน้อยนิด เพราะเสียเงินลงทุนไปกับการใช้สารเคมี ยาฆ่าแมลง ราคาผลผลิตที่ลดลงตามกลไกทางการตลาด จึงปลูกฝังความคิดค่านิยมที่ว่าอาชีพเกษตรกรนั้นเป็นอาชีพคนจน และส่งเสริมลูกหลานให้เข้าไปทำงานอุตสาหกรรม ทำให้สถิติการเกษตรกรในประเทศไทยล้วนเป็นผู้สูงอายุ ผู้ที่ขาดความรู้ หรือไม่ได้เรียนหนังสือนั่นเอง

แต่ในปัจจุบันนั้นเรามักเห็นเกษตรกรยุคใหม่มีการทำการเกษตรแบบบูรณาการ มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการทำการเกษตร มีการคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ ติดตั้งโปรแกรม เครือข่ายไร้สายที่สามารถประยุกต์ใช้ในการทำการเกษตร เช่น ระบบเกษตรอัจฉริยะ โดรนพ่นยา เครื่องจักรกลที่ใช้ในการผลิตและเก็บเกี่ยวพืช ซึ่งวิวัฒนาการในการทำการเกษตรสมัยใหม่แบบบูรณาการนี้เป็นการแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางด้านการเกษตร ชี้ให้เห็นว่าเกษตรกรยุคใหม่เป็นผู้มีความรู้ ความสามาถและมีความคิดสร้างสรรค์ การทำเกษตรแบบอัจฉริยะนอกจากจะช่วยให้การเกษตรกรรมมีความสะดวกสบาย รวดเร็ว แล้วยังลดต้นทุนการผลิตได้อีกด้วย การทำการเกษตรเชิงท่องเที่ยว เป็นการส่งเสริมให้คนภายนอกหรือนักท่องเที่ยว เกษตรกรท่านอื่นเข้ามาเรียนรู้และเผยแพร่ แลกเปลี่ยนความคิด ซึ่งจะทำให้เกิดการแข่งขันที่จะนำไปสู่การพัฒนากลุ่มเกษตรกรที่ปลูกพืชในกลุ่มเดียวกัน ซึ่งส่วนใหญ่ฟาร์มหรือสวนจะให้ความรู้ตั้งแต่กระบวนการผลิต การดูแลรักษา จนถึงการเก็บเกี่ยว ให้แก่ผู้ที่มาเยี่ยมชม มีการสร้างหรือปลูกพืชเพื่อใช้เป็นสถานที่ถ่ายภาพ มีมุมผ่อนคลาย มีร้านค้าจัดจำหน่ายสินค้าและบริการที่ราคาถูก ผลผลิตมีความสด สะอาด ปราศจากโรค ฟาร์มบางแห่งมีการแปรรูปสินค้า ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้าและปรับตัวเพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดได้

ในมุมมองของดิฉัน หากถามว่าเพราะอะไรถึงคิดว่าแนวโน้มการเกษตรท่องเที่ยวจะเป็นที่นิยม ดิฉันคิดว่าในยุคที่โลกาภิวัตน์ ความเจริญก้าวหน้าและเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทในการใช้ชีวิต สังคมเมืองที่ขยาย การจราจรที่ติดขัด ชุมชนแออัด สังคมที่เร่งรีบ วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปจะทำให้ผู้คนมองหาธรรมชาติ และต้องการใช้ธรรมชาติบำบัดจิตใจ หรือพักผ่อน ดังนั้นดิฉันจึงอยากเชิญชวนให้ทุกท่านพิจารณาในมุมที่ดิฉันนำเสนอ อยากเชิญชวนให้ผู้อ่านทุกท่านเผยแพร่ความรู้ เปิดใจให้กว้าง แลกเปลี่ยนและรับฟังความเห็นของเกษตรกรท่านอื่น ผู้ที่มาเยี่ยมชม บทความนี้ ดิฉันเพียงนำเสนอในมุมมองของนิสิตตัวเล็กในรั้วมหาวิทยาลัยเท่านั้น และหวังว่าจะเป็นต่อผู้อ่านทุกท่าน

ย้อนกลับไปยัง