ผลกระทบที่เกิดกับร่างกาย เมื่อขาดคอลลาเจนไทพ์ทู

ความรู้วิชาการเกษตร หมวดนี้สำหรับรวบรวม ความรู้ทางการเกษตร ทุกรูปแบบ
health108
โพสต์: 2
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 22 ก.ค. 2021 5:07 pm

ผลกระทบที่เกิดกับร่างกาย เมื่อขาดคอลลาเจนไทพ์ทู

ข้อมูล โดย health108 »

“คอลลาเจนไทพ์ทู” มีอยู่เยอะมากภายในกระดูกข้อต่อ และจะเริ่มลดลงเรื่อย ๆ ตามอายุที่เพิ่มสูงขึ้น ผลกระทบที่เกิดกับร่างกายจึงหนีไม่พ้นโรคเข้าเข่าเสื่อม โดยเฉพาะในผู้สูงอายุจะพบได้มากกว่าวัยอื่น การใช้คอลาเจนชนิดนี้ในการรักษาก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก เพื่อฟื้นฟูกระดูกข้อต่อให้แข็งแรง

คอลลาเจนไทพ์ทู และโรคข้อเสื่อม

ณ ปัจจุบัน โรคข้อเสื่อมสามารถรักษาได้หลายวิธี ซึ่งคอลลาเจนไทพ์ทูก็เป็นตัวเลือกที่ให้ผลลัพธ์ในการรักษาที่มีประสิทธิภาพ ดีกว่าการใช้ยาแก้ปวดบางชนิดที่ทำให้เกิดบาดแผลในกระเพาะอาหาร หรือดีกว่าการผ่าตัดรักษาที่อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนและต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน

ส่วนการรักษาข้อเสื่อมด้วยคอลลาเจนไทพ์ทู https://www.stronka.in/17693168/collagen-type-2 ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือลดอาการปวดและต้านการอักเสบได้ดี พร้อมกันนี้ยังช่วยยับยั้งการทำลายเซลล์กระดูกอ่อนบริเวณผิวกระดูกข้อต่อ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยลดอาการปวดและอักเสบในผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากอายุที่มากขึ้น คอลลาเจนไทพ์ทูยังลดลงได้จากปัจจัยอื่น

1.น้ำหนัก – ถ้าน้ำหนักตัวมาก หรืออ้วนก็ทำให้สูญเสียคอลลาเจนไทพ์ทู เพราะข้อเข่าต้องแบกน้ำหนักมากกว่าปกติ และทุกครั้งที่น้ำหนักเพิ่มขึ้นแค่กิโลกรัม ข้อเข่าก็จะต้องแบกรับน้ำหนักเพิ่มขึ้นถึง 1-2 กิโลกรัม

2.เพศ – ผู้หญิงวัย 55 ปีขึ้นจะมีอัตราการสูญเสียคอลลาเจนนี้สูง

3.พันธุกรรม – ถ้าคนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคเกี่ยวกระดูกข้อต่อ หรือข้อเข่าเสื่อมมาก่อน เมื่อแก่ตัวลงไป ก็มีแนวโน้มสูงที่จะเป็นได้เช่นกัน หรือในเรื่องของกระดูก รูปร่างของกระดูกที่ผิดปกติบริเวณข้อเข่า ก็จัดเป็นเป็นพันธุกรรมเช่นเดียวกัน ที่ทำให้สูญเสียคอลลาเจนนี้ไวกว่าปกติ

4.บาดเจ็บบริเวณเข่าบ่อย – เช่น นักกีฬา หรือผู้ประกอบอาชีพที่ข้อเข่าได้รับบาดเจ็บบ่อยครั้ง และอาชีพแบกหาม ที่ต้องแบกของน้ำหนักกว่า 25 กิโลกรัมเป็นประจำ ก็ทำให้ข้อเข่าแบกรับน้ำหนักเยอะ ก็จัดว่ามีความเสี่ยงเช่นกัน

5.ความเจ็บป่วย – คนที่เป็นโรครูมาตอยด์ มีอัตราสูญเสียคอลลาเจนไทพ์ทูมากกว่าปกติ รวมถึงคนที่มีความผิดปกติ เช่น มีโกรธ์ฮอร์โมนมาเกินไป ก็จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตาม.

ย้อนกลับไปยัง “ความรู้วิชาการเกษตร”