สะตอ รสชาติคล้ายกระถิน เมล็ดมีกลิ่นเฉพาะตัว อาหารไทยขึ้นชื่อของภาคใต้

สะตอ รสชาติคล้ายกระถิน เมล็ดมีกลิ่นเฉพาะตัว อาหารไทยขึ้นชื่อของภาคใต้

ชื่ออื่นๆ : ตอข้าว กะตอ ตอดาน ปะตา

ต้นกำเนิด : ภาคใต้ของประเทศไทย

ชื่อสามัญ : Stink bean

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Parkia speciosa Hassk.

ชื่อวงศ์ : Leguminosae

ชื่อภาษาอังกฤษ : Bitter bean, Twisted cluster bean, Stink bean

สะตอ รสชาติคล้ายกระถิน อาหารไทยขึ้นชื่อของภาคใต้ เมล็ดมีกลิ่นเฉพาะตัว
ฝักสะตอ

ลักษณะของสะตอ

สะตอ เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ลำต้นค่อนข้างตรง เปลือกหนาสีน้ำตาลปนเทา ผิวค่อนข้างเรียบ เนื้อไม้สีเปลือกไข่แก่นสีแดง สูงประมาณ 30 เมตร
ใบสะตอ เป็นพวกใบประกอบ ก้านทางใบยาว 18-63 เซนติเมตร ก้านทางใบย่อยยาว 6-14 เซนติเมตร ก้านทางใบย่อยจะแยกออกเป็นคู่ ๆ จากก้านทางใบ มีจำนวน 14-27 คู่ เส้นผ่าศูนย์ กลาง 1-2 มิลลิเมตร ยาวประมาณ 5-14 เซนติเมตร มีใบย่อยแตกออกด้านข้างของแกนจำนวน 31-41 คู่ต่อหนึ่งทางใบย่อย มีใบจำนวน 62-82 ใบ ใบมีลักษณะคล้ายใบพายกว้าง 1.5-2.2 มิลลิเมตร ยาว 5-9 มิลลิเมตร ก้านทางใบย่อยแต่ละก้านอยู่ห่างกันประมาณ 2.5 เซนติเมตร

การขยายพันธุ์ของสะตอ

ใช้เมล็ด/การปลูกและการดูแลรักษา

1. เพาะเมล็ด

การขยายพันธุ์วิธีนี้ดยเลือกฝักจากต้นพันธุ์ที่แก่เต็มที่แล้วแต่ไม่ต้องถึงกับสุกงอมแกะเมล็ด ออกแล้วลอกเยื่อหุ้มเมล็ดออกให้เหลือเนื้อเมล็ดที่มีสีเขียว แช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน นำขึ้นจากน้ำแล้วนำไปเพาะ ก่อนเพาะควรคลุกสารป้องกันมดกัดกิน เช่นเซฟวิน 85 อัตรา 1 ช้อนโต๊ะต่อ 100 เมล็ด ควรทำการเพาะในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม
การเพาะ ใช้ถุงพลาสติก ขนาด 4 x 8 นิ้ว เจาะก้นถุง 2-3 รูเพื่อระบายน้ำ ใส่ดินผสมปุ๋ยคอกอัตรา 2 ต่อ 1 ลงไปประมาณค่อนถุงนำไปตั้งในเรือนเพาะชำ แล้วนำเมล็ดที่เตรียมไว้มาปลูกตรงกลางถุงโดยให้ทางด้านหัวกดลงลึกประมาณ 1 เซนติเมตร เวลางอกลำต้นจะตั้งตรงรดน้ำให้ชุ่มชื้นทุกวัน ๆ ละ 1-2 ครั้ง ภายใน 2-3 วัน เมล็ดจะเริ่มงอกใส่ปุ๋ยเกล็ดหรือปุ๋ยน้ำบ้าง เพื่อเร่งการเจริญเติบโตจนอายุ 1 ปี จะมีใบออกประมาณ 3-4 ใบ สามารถนำไปปลูกได้ ข้อดีวิธีนี้คือ ปลูกได้รวดเร็วเป็นจำนวนมากข้อเสียมักกลายพันธุ์ อายุการตกผล 4-7 ปี แล้วแต่ชนิดของพันธุ์

2. การติดตาแบบเพลท
การติดตาเป็นการทำให้ได้ต้นพันธุ์ที่มีลักษณะเหมือนต้นเดิมและให้ผลผลิตเร็วกว่าการปลูกด้วยเมล็ด ประมาณ 2-3 ปี ระยะเวลาที่เหมาะสมอยู่ในช่วงฤดูฝน ราวเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม เพราะเปลือกของต้นตอและตาของกิ่งพันธุ์ดี จะสามารถลอกเปลือกออกได้ง่าย

สะตอปลูกง่าย เหมือนไม้ยืนต้นชนิดอื่น ๆ แต่เกษตรกรนิยมปลูกเป็นพืชแซมหรือไม้บังร่ม เพราะโตเร็วให้ร่มเงาดี

ระยะปลูก ควรใช้ระยะ 12 x 12 เมตร ใน 1 ไร่ จะปลูกได้ 11 ต้น ในขณะต้นสะตอเล็กสามารถปลูกพืชแซมได้
หลุมปลูก ใช้ขนาด 1 x 1 x 1 เมตร ใส่ปุ๋ยหินฟอสเฟตรองก้นหลุม ๆ ละ 1 กระป๋องนม พร้อมกับปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก 1 บุ้งกี๋คลุกเคล้ากันแล้สกลบหลุม ให้เต็ม
ฤดูปลูก ควรปลูกในช่วงต้นฤดูฝน คือในราวเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน
การปลูก หลังจากเตรียมหลุมปลูกแล้วให้ใช้จอบขุดดินในหลุมให้มีขนาดพอดีเท่ากับถุงที่ใช้เพาะต้นกล้า กรีดด้านข้างถุงเพาะแล้ววางลงไปในหลุมปลูกใช้ไม้ปักแนบลำต้นผูกเชือกยึดกันลมโยก รดน้ำให้ชุ่มชื้น ทำร่มเงาให้โดยอาจใช้ทางมะพร้าวมามุงหลังคาบังแดดทิ้งไว้ประมาณ 1 ปี (ทั้งต้นปลูกจากต้นเพาะเมล็ดและไว้สำหรับทำต้นตอ)

ธาตุอาหารหลักที่สะตอต้องการ

ประโยชน์ของสะตอ

1.เป็นรายได้ของเกษตรกร
2.ช่วยยึดดินมิให้พังทลาย และทำให้ดินชุ่มชื้นเสมอ
3.ใบเป็นปุ๋ยบำรุงดิน
4.ลำต้นใช้ทำเครื่องตกแต่งบ้าน
5.เชื่อว่ารับประทานแล้วป้องกันโรคเบาหวานได้ และมีผู้สังเกตพบว่ามีฤทธิ์เป็นยาระบาย
6.ใช้ประกอบอาหาร เช่น ผัด ต้ม แกง หรือรับ

สรรพคุณทางยาของสะตอ

  • ผลต่อความดันโลหิต
  • ผลต่อการแบ่งตัวของเซลล์
  • ผลยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย
  • ผลยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา
  • ผลของการเกาะกลุ่มของเม็ดเลือดแดง
  • ฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด
  • ฤทธิ์กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้

คุณค่าทางโภชนาการของสะตอ

  • คุณค่าทางอาหาร คุณค่าสารอาหารของเมล็ดสะตอในส่วนที่กินได้ 100 กรัม
  • พลังงาน                        130.0             กิโลแคลอรี่
  • น้ำ                                 70.7                กรัม
  • คาร์โบไฮเดรต               15.3                 กรัม
  • โปรตีน                           8.0                  กรัม
  • กาก (Crude Fiber )      0.5                   กรัม
  • ใยอาหาร(Dietday Fiber)   –                     –
  • เถ้า                               1.03                กรัม
  • แคลเซียม                   76.0                   มิลลิกรัม
  • ฟอสฟอรัส                  83.0                   มิลลิกรัม
  • เหล็ก                           0.7                    หน่วยสากล (L.U )
  • วิตามินเอ                    9.0                      มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 1                  0.11                    มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 2                  0.01                    มิลลิกรัม
  • วิตามินซี                     6.0                     มิลลิกรัม
  • ไนอะซิน                    1.0                      มิลลิกรัม

การแปรรูปของสะตอ

สะตอ สามารถแปรรูปในการทำอาหารได้หลากหลาย อย่างเช่น เมนู ผัดเผ็ดสะตอ สามารถใส่เนื้อสัตว์ได้หลากหลายชนิด หมู ไก่ กุ้ง หมึก แล้วแต่ความชอบ นอกจากนี้ยังสามารถแปรรูปเป็นของดอง อย่าง สะตอ ดอง เพื่อเป็นการถนอมอาหารให้สามารถเก็บได้นานยิ่งขึ้นด้วยค่ะ

 

เกษตรตำบล ศูนย์รวมความรู้การเกษตร ปลูกได้ ขายเป็น เน้นเกษตรอินทรีย์ เทคโนโลยีเกษตร กับสะตอ

References : www.bedo.or.th

ภาพประกอบ : th.wikipedia.org, www.flickr.com

เรียบเรียงข้อมูลโดย :  เกษตรตำบล.คอม