เพกา มะลิดไม้ ลิ้นฟ้า สรรพคุณ แก้บิด ท้องเดิน โรคกระเพาะ

เพกา

ชื่ออื่นๆ : มะลิดไม้ , มะลิ้นไม้ , ลิดไม้ , ลิ้นฟ้า,กาโดโด้ง, ดิกะ, ดุแก , เบโด,หมากลิ้นก้าง, หมากลิ้นช้าง

ต้นกำเนิด : ประเทศอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ชื่อสามัญ : Damocles Tree

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Oroxylumindicum (L.) Kurz.

ชื่อวงศ์ : BIGNONIACEAE

ดอกเพกา
เพกา กลีบดอกสีม่วง แดงเลือดหมู

ลักษณะของเพกา

ไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูง 5-12 เมตร ตั้งตรงได้เอง ผิวลำต้นเรียบ สีของลำต้นเป็นสีเทา ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก 3 ชั้น สีใบสีเขียวอ่อน ใบแก่สีเขียวแก่ แผ่นใบกว้าง 4-5 เซนติเมตร ยาว 16-18 เซนติเมตรปลายใบแหลม ดอกเป็นดอกช่อ ออกที่ปลายยอด สีของดอกเป็นสีเหลืองนวล หรือขาวอมเขียวกลีบเลี้ยง ติดกัน 5 กลีบ กลีบดอกติดกันจำนวน 5 กลีบสีเหลือง ผลแห้ง ผลแก่แล้วแตกผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีน้ำตาล รูปร่างแบนยาวเป็นฝัก เมล็ดมีเมล็ดจำนวนมาก รูปร่างแบนมีปีกสีขาวโปร่งแสง

เพกา
ดอกจะออกที่ปลายยอด ก้านชูช่อดอกยาว

การขยายพันธุ์ของเพกา

ปักชำ และการชำราก

ธาตุอาหารหลักที่เพกาต้องการ

ประโยชน์ของเพกา

กินชะลอวัย ต้านมะเร็ง
เพกา (ลิ้นฟ้า) มีสรรพคุณเป็นยา ตามตำรายาสมุนไพรนั้นเราจะใช้ส่วนต่างๆของต้นเพกาตั้งแต่ ราก เปลือกต้น ฝัก ใบ

สรรพคุณทางยาของเพกา

เปลือกต้น มีรสฝาด เย็น ขมเล็กน้อย มีสรรพคุณเป็นยาฝาดสมาน ขับลมในลำไส้ แก้โรคบิด ท้องร่วง บำรุงโลหิต ขับน้ำเหลืองเสีย บางแห่ง ผู้เฒ่าผู้แก่จะเอาเปลือกต้นมาต้มน้ำให้แม่ลูกอ่อนดื่ม ช่วยขับน้ำคาวปลา ให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น ดับพิษโลหิต และบำรุงโลหิต การใช้รักษาฝี – นำเปลือกต้นฝนทารอบ ๆ บริเวณฝี ช่วยลดความปวดฝีได้ การใช้รักษาอาการบวม ฟกช้ำ อักเสบ – นำเปลือกต้นฝนกับน้ำปูนใสทาลดอาการบวม ฟกช้ำ อักเสบ

ราก มีรสฝาดขมเล็กน้อย ใช้เป็นยาบำรุงธาตุ เรียกน้ำย่อย เจริญอาหาร รักษาโรคท้องร่วง บิด หากนำมาฝนกับน้ำปูนใสทาแผลที่อักเสบ ฟกช้ำ บวม จะช่วยให้หายไปในระยะเวลาอันสั้น

ฝักอ่อน นิยมรับประทานเป็นผัก ช่วยบำรุงธาตุ ขับเสมหะ บรรเทาอาการไอ ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น

ใบ ต้มน้ำดื่ม แก้ปวดท้อง ขับลม บรรเทาอาการปวดไข้ และยังช่วยให้เจริญอาหาร

เมล็ด สามารถใช้เป็นยาถ่าย ยาระบาย แก้ไอ ขับเสมหะ

ยาพอกแก้โรคฝี เอา เปลือกเพกา ฝนกับน้ำสะอาด ผสมกับเมล็ดต้อยติ่ง ทาหรือพอก ดับพิษฝี

แก้โรคงูสวัด ใช้รากต้นหมูหมุน (พืชตระกูลสาวน้อยปะแป้ง) เปลือกคูณ เปลือกต้นเพกา ฝนใส่น้ำทา

ยาพอกแก้โรคฝี เอาเมล็ดต้อยติ่ง ผสมกับน้ำเปลือกเพกา ฝนทา หรือพอกดับพิษฝี

ยาแก้พิษหมาบ้ากัด เอาใบกระทุ้งหมาบ้า ลนไฟปิดปากแผล หรือเอาเปลือกเพกา ตำพอกแผล

ยาแก้ลูกอัณฑะลง (ไส้เลื่อน) ใช้รากเขยตาย เปลือกเพกา หญ้าตีนนก ทั้งหมดตำให้ละเอียด ละลายน้ำข้าวเช็ด ใช้ขนไก่ชุบพาด ทาลูกอัณฑะ ทาขึ้น (อย่าทาลง)

ยาแก้เบาหวานใช้ใบไข่เน่า เปลือกต้นไข่เน่า ใบเลี่ยน รากหญ้าคา บอระเพ็ด แก่นลั่นทม เปลือกเพกา รวม 7 อย่าง หนักอย่างละ 2 บาท มาต้มรับประทานครั้งละ 1 แก้วกาแฟ ก่อนอาหาร เช้า – เย็น

ผลเพกา
ผลเพกา เรียวยาว คล้ายดาบขนาดใหญ่

คุณค่าทางโภชนาการของเพกา

ในยอดอ่อน 100 กรัม พบว่าให้พลังงาน 101 กิโลแคลอรี โปรตีน 6.4 กรัม ไขมัน 2.6 กรัม คาร์โบไฮเดรต 13.0 กรัม วิตามินบี1 0.18 มิลลิกรัม วิตามินบี2 0.69 มิลลิกรัมและวิตามินบี3 2.4 มิลลิกรัม นอกนั้นเป็นเถ้าและน้ำ

ฝักอ่อนเพกา100 กรัม มีวิตามินซีสูงมาก ถึง484 มิลลิกรัม วิตามินเอ 8.3 กรัม มีประโยชน์ช่วยป้องกันมิให้เซลล์ร่างกายแก่เร็วเกินไป ปกป้องอนุมูลอิสระมิให้เกิดขึ้นในร่างกาย อันเป็นผลทำให้เกิดเป็นโรคมะเร็งได้ หากรับประทานร่วมกับอาหารที่มีวิตามินอีสูง ๆ เช่น รำข้าวในข้าวกล้อง ช่วยเสริมฤทธิ์ในการป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระในร่างกายได้อย่างสมบูรณ์อีกด้วย

การแปรรูปของเพกา

ฝักอ่อน นิยมนำรับประทานเป็นผัก ทำเมนูอาหารประเภท ยำ ผัด

แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ : http://www.bedo.or.th/lcdb/biodiversity/view.aspx?id=10320&SystemType=BEDO

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%81%E0%B8%B2

http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_07_7.htm

https://www.doctor.or.th/article/detail/3362

Add a Comment