เขื่อนเชี่ยวหลาน เขื่อนรัชชประภา ชมวิวกุ้ยหลินเมืองไทย

เขื่อนเชี่ยวหลาน เขื่อนรัชชประภา ชมวิวกุ้ยหลินเมืองไทย

      การท่องเที่ยวเชิงเกษตรแบบเกษตรตำบลวันนี้จะพาผู้อ่านทุกท่านไปรู้จักกับ เขื่อนเชี่ยวหลาน สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติแบบเกษตรที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศที่เมื่อพูดถึงไม่มีใครที่ไม่รู้จักกับ เขื่อนรัชประภา หรือ เขื่อนเชี่ยวหลาน สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าสนใจ จนนักท่องเที่ยวบ้างคนขนานนามที่ว่า “กุ้ยหลินเมืองไทย” ที่ได้ชื่อว่าเป็นกุ้ยหลินของเมืองไทย วันหยุดพักผ่อนใน สุราษฎร์ธานี

     เขื่อนรัชชประภา หรือแต่เดิม ชื่อว่า เขื่อนเชี่ยวหลาน  มีความหมายว่า “แสงสว่างแห่งราชอาณาจักร” เพราะตั้งอยู่ที่ที่บ้านเชี่ยวหลาน ตำบลเขาพัง อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ดินแดนตอนใต้ของไทย  เขื่อนรัชชประภา เริ่มดำเนินการก่อสร้าง เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2525 แล้วเสร็จในเดือนกันยายน2530 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินเปิดเขื่อนรัชชประภา และโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เมื่อวันพุธที่ 30 กันยายน 2530 แต่เดิมนั้นสามารถเดินทางได้โดยจาก อำเภอพนม แต่เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวมีความสลับซับซ้อนประกอบด้วยเหวจำนวนมากเส้นทางดังกล่าวจึงต้องปิดตัวลงโดยปัจจุบันสามรถเดินทางโดยผ่านอำเภอบ้านตาขุนเขื่อนเชี่ยวหลาน เขื่อนรัชชประภา ชมวิวกุ้ยหลินเมืองไทย

     เขื่อนรัชชประภา เป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่สำคัญแห่งหนึ่งในภาคใต้แพ 500 ไร่ ได้รับการขนานนามว่า กุ้ยหลินเมืองไทย นักท่องเที่ยวสามารถพายเรือคายัค นั่งชมท้องทะเลเมื่อยามพระอาทิตย์ตกดิน เป็นเขื่อนที่ ใช้ประโยชน์มากมายทั้งในด้านการชลประทานและการผลิตกระแสไฟฟ้า สร้างปิดกั้นลำน้ำคลองแสง อีกทั้งเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติเขาสก จ. สุราษฎร์ธานี อีกด้วย ประโยชน์ของเขื่อนรัชประภา ยกตัวอย่างเช่น การชลประทานเพื่อการเพาะปลูก, การผลิตไฟฟ้า, บรรเทาอุทกภัย, แก้ไขน้ำเสียและผลักดันน้ำเค็ม, การประมง, การท่องเที่ยว

ท่องเที่ยว เขื่อนเชี่ยว หลานเยือนถิ่นกุ้ยหลินเมืองไทย

     ท่านใดสนใจท่องเที่ยวในวันหยุดสบายๆ สวยสดงดงาม และสงบร่มรื่น เหมาะแก่การไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ แบบเกษตรตำบลกันได้ ขอแนะนำเที่ยวเชิงเกษตรสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทยเขื่อนรัชประภา เขื่อนเชี่ยวหลาน เพื่อชื่นชมวิวกุ้ยหลินเมืองไทยเลยค่ะ การท่องเที่ยวเชิงเกษตรฉบับเกษตรตำบลพลาดไม่ได้ที่จะพาไปล่องใต้เยือนถิ่นกุ้ยหลินเมืองไทยชื่นชมความงดงามจากธรรมชาติที่ขึ้นชื่อของจังหวัดสุราษฎร์ธานีอย่าง เขื่อนรัชประภา หรือ เขื่อนเชี่ยวหลาน ที่ถือได้ว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากนักท่องเที่ยว โดยนักท่องเที่ยวหรือผู้คนส่วนใหญ่ที่ต้องการพักผ่อนในวันหยุดสบายๆ ที่เหน็ดเหนื่อยจากการทำงานแต่ไม่รู้ เขื่อนเชี่ยวหลาน เป็นทางเลือกที่เกษตรตำบลแนะนำเลยค่ะ เพราะมีทัศนียภาพของธรรมชาติขุนเขาน้อยใหญ่จำนวนมากที่สวยงาม ภูเขาหินปูนสลับซับซ้อน แปลกตา มีความสวยงามตามธรรมชาติของหน้าผาหินปูนริมลำน้ำ ความเขียวขจีของป่าไม้และสัตว์ป่านานาชนิด สามารถนอนล่องแพในอ่างเก็บน้ำ เขื่อนเชี่ยวหลาน เงียบสงบได้บรรยากาศแบบสุดๆ สามารถที่จะแวะมาพักผ่อนได้ที่เขื่อนเชี่ยวหลานเพราะวิวธรรมชาติที่ทำให้รู้สึกสดชื่นปลอดโปร่งทำให้ผู้ที่มาท่องเที่ยวนอกจากจะได้รับชมความสวยงามทางธรรมชาติแล้วยังรู้สึกผ่อนคลายความเหนื่อยล้าต่างๆ ลงได้

     จากวิวทิวทรรศที่สวยงามจนใครๆก็อดใจไม่ได้ที่จะไปท่องเที่ยวพักผ่อนในวันหยุด  เป็นสถานที่ท่องเที่ยวติดอันดับแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่คงความสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทยไปดูกันค่ะว่าท่องเที่ยวเชิงเกษตรกับเขื่อนรัชประภา เขื่อนเชี่ยวหลาน ชมวิวกุ้ยหลินเมืองไทย จะเป็นอย่างไรบ้าง

การเดินทางไป เขื่อนเชี่ยวหลาน

     การเดินทางโดยรถยนต์ใช้เส้นทางสายเพชรเกษมซึ่งมีอยู่สายเดียวมุ่งตรงสู่จังหวัดสุราษฎร์ธานี  เมื่อถึงสี่แยกที่จะเข้าตัวเมืองสุราษฎร์ให้เลี้ยวขวามาตามเส้นทางหมายเลข 401 มุ่งสู่อำเภอบ้านตาขุน  ขับตรงไปอีกประมาณ 67 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวาเข้าเขื่อนรัชชประภา มีป้ายเขื่อนรัชชประภาบอกชัดเจน เลี้ยวขวาไปตามป้ายอีก 12 กิโลเมตร ขับตามที่ป้ายบอก จนกระทั่งถึงสันเขื่อน ก็จะถึงจุดชมวิว โดยเขื่อนเชี่ยวหลานจะตั้งอยู่ที่อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฏร์ธานี ห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 698 กิโลเมตร คุณจะได้พักผ่อนในสถานที่ที่ห้อมล้อมไปด้วยธรรมชาติ หากไม่ะสะดวกเดินทางโดยรถส่วนตัว ก็สามารถเดินทางกุ้ยหลินเมืองไทย

     การเดินทางโดยรถทัวร์ ขาไป จากสถานีขนส่งสายใต้ มีรถโดยสารประจำทาง ให้ขึ้นรถทัวร์ที่ไปยัง ภูเก็ต หรือ พังงาแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าลง ปากทางเข้าเขื่อนรัชชะประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน) ตรง อ.บ้านตาขุน ใช้เดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง ส่วนมากใช้บริการของ ภูเก็ตเซ็นทรัล หรือ ภูเก็ตท่องเที่ยว VIP24 ที่นั่ง ราคาประมาณ 1000 บาทหรือ แบบ 32 ที่นั่งราคาประมาณ 7xx บาท บอกพนักงานบนรถว่าขอลง อ.บ้านตาขุน (ปากทางเข้าเขื่อนเขี่ยวหลาน) เที่ยวรถมีรอบประมาณช่วง 19.00-20.00น  ขึ้นได้หมด รถน่าจะมาถึง อ.บ้านตาขุน ประมาณ 6.00น แวะไปกินโจ๊กก่อนเข้าไปในตัวเขื่อน  จากนั้นใช้บริการจักรยานยนต์รับจ้างเข้าสู่ที่ทำการอุทยานฯ ขากลับ ขึ้นรถที่อ.บ้านตาขุน โดยซื้อตั๋วกลับได้ที่จุดขึ้นรถของบริษัทรถทัวร์ที่ให้บริการอยู่ในบริเวณนั้นซึ่งจะมี บริษัทภูเก็ตเซ็นทรัลทัวร์ ลิกไนต์ทัวร์ โดยมารอขึ้นรถที่บ้านตาขุน รถจะมาถึงประมาณทุ่มกว่าๆ

การเดินทางจากเมืองสุราษฎร์

นั่งรถตู้ สุราษฎร์- ตาขุน – เขื่อนรัชชประภา คิวรถอยู่ที่ ที่ตลาดเกษตร 2 ราคา ท่านละ 150 บาท
– รถบัสโดยสารปรับอากาศ สาย 444 กระบี่-พังงา-ทุ่งมะพร้าว-ปากทางทับละมุ-เขาหลัก-ปากทางน้ำเค็ม-ตะกั่วป่า-อุทยานแห่งชาติเขาสก รถออกจาก บ.ข.ส. กระบี่ (ตลาดเก่า) เวลา 11.30 น. รถออกจากปากทางอุทยานแห่งชาติเขาสก เวลา 09.00 น.

– การเดินทางรถไฟ ขึ้นรถไฟสาย กรุงเทพฯ-สุราษฎร์ธานี ทุกวัน มีทั้งรถด่วนและรถเร็ว ลงที่สถานีรถไฟพุนพิน และนั่งรถประจำทางสายสุราษฎร์ธานี – ตะกั่วป่า – ภูเก็ต รถเที่ยวแรกที่จะไปทางเชี่ยวหลานได้ คือตอน 6.30 น หลังจากนั้นก็จะมีรถบัส รถทัวร์ ต่างๆ วิ่งอยู่ตลอด ทุกชั่วโมง  ลงรถที่หลักกิโลเมตรที่ 109 แล้วเดินหรือใช้บริการจักรยานยนต์รับจ้างเข้าสู่ที่ทำการอุทยานฯ ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาสก

– การเดินทางเครื่องบิน นั่งรถตู้จากสนามบินไปลงตลาดเกษตร 1 แล้วไปต่อรถตู้ที่ตลาดเกษตร 2ไปลงเขื่อน ค่ารถทั้ง2ต่ออยู่ประมาณ250-300บาทต่อคน เวลาอยู่ที่ค่อยรถออกนานแค่ไหน เฉพาะวิ่งอย่างเดียวประมาณ2 ชั่วโมง  มีรถตู้ของบริษัท พันทิพย์ 1970 เบอร์โทร 077-272230,077-272906

อ้างอิง : เขื่อนรัชชประภา.  “เขื่อนรัชชประภา”.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก:th.wikipedia.org.  [10 เม.ย. 2016].

ภาพประกอบ : wikipedia