กะทกรก ลำต้นเป็นเถา ยอดรับประทานเป็นผักสด ใบนำไปคั้นเป็นยา

กะทกรก

ชื่ออื่นๆ : อังนก น้ำใจใคร่ สอกทอก จากกรด อีทก นางจุม นางชม ผักเยี่ยวงัว

ต้นกำเนิด : กะทกรก เป็นพรรณไม้ที่พบมากบริเวณแถวพระบาทจังหวัดสระบุรี จันทบรี พิษณุโลก ลำพูน

ชื่อสามัญ : กะทกรก

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Olax Scandens, Roxb.

ชื่อวงศ์ : OLACACEAE

ลักษณะของกะทกรก

เป็นไม้เถาเลื้อยคล้ายตำลึง เถาค่อนข้างคดไปงอมา เถามีหนามเล็ก ๆ ขึ้นอยู่ห่าง ๆ โดยทั่วไป ใบเป็นใบเดี่ยว รูปใบมนโค้งผิวเรียบปลายใบแหลมโดยแยกเป็นสามแฉก ใบและเส้นใบบริเวณที่ติดต่อกันมีสีแดงเรื่อ บริเวณใกล้โคนก้านใบมีแฉกแหลมเล็กเรียงตรงกันข้ามสลับกัน ก้านใบ มีขนาดก้านไม้ขีด ยาว 5 –6 เซนติเมตร มีขนอ่อนเป็นฝอยขนาดเล็ก ดอกมีลักษณะก้านดอกยาวกว่าใบ ดอกบานออกกลมกว้าง กลีบดอกสีขาวแซมด้วยริ้วสีม่วง ผลค่อนข้างกลมขนาดปลายนิ้วมือ และห่อหุ้มด้วย “รก” ผลสุกมีสีเหลือง

กะทกรก
ปลายใบเรียวแหลม ดอกสีขาว

การขยายพันธุ์ของกะทกรก

ใช้เมล็ด/ขยายพันธุ์โดยการใช้เมล็ด นิเวศวิทยาและการแพร่กระจายขึ้นอยู่ตามที่รกร้างหรือขอบไร่ชายนา และบริเวณป่าพื้นราบ โดยเลื้อยพันกิ่งต้นไม้อื่น ๆ

ธาตุอาหารหลักที่กะทกรกต้องการ

ประโยชน์ของกะทกรก

ประโยชน์ทางด้านอาหาร
ยอด ใช้เป็นผักสด มีรสขมเล็กน้อย หรือลวกจิ้มกับน้ำพริกและใช้แกงเลียง
ผล ใช้กินเมล็ดและเยื่อหุ้มเมล็ด ทางด้านสมุนไพร
เนื้อไม้ ใช้เป็นยาควบคุมธาตุ ถอนพิษเบื่อเมาทุกชนิดและใช้รักษาบาดแผล
ราก ใช้ต้มน้ำดื่มแก้ไข แก้กามโรค
ใบ ใช้ตำให้ละเอียดแล้วคั้นเอาน้ำดื่มเป็นยาเบื่อและขับพยาธิ ดอก ขับเสมหะ แก้ไอ
ผล แก้ปวด บำรุงปอด ใบสด ใช้พอกแก้สิว ต้น ใช้ขับปัสสาวะ ขับเสมหะ แก้ไอ และอาการบวม

สรรพคุณทางยาของกะทกรก

ส่วนที่ใช้ : เนื้อไม้ เปลือก เมล็ด ราก ใบ
ต้นและใบใช้เป็นสมุนไพรรักษาโรค ได้แก่ กินถอนแก้พิษเบื่อเมา เป็นยาคุมธาตุ ภายนอกใส่รักษาแผล เปลือกต้มรมแผลเน่าเปื่อย รากรับประทานแก้ไข้ ต้นรับประทานแก้กามโรค รากต้มกินแก้ไข้เด็กตัวร้อน ใบตำสุมศรีษะ แก้หวัดคัดจมูก เปลือกเป็นยาชูกำลัง

คุณค่าทางโภชนาการของกะทกรก

การแปรรูปของกะทกรก

แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ : http://www.bedo.or.th/lcdb/biodiversity/view.aspx?id=12179&SystemType=BEDO
กะทกรก

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *