ชมพูพันทิพย์ เป็นไม้ประดับให้ร่มเงา ใบมีสรรพคุณทางยา

ชมพูพันทิพย์

ชื่ออื่นๆ : ชมพูอินเดีย, ธรรมบูชา, ตาเบบูย่าพันธุ์ทิพย์, แตรชมพู

ต้นกำเนิด : ทวีปอเมริกาใต้

ชื่อสามัญ : Pink Trumpet shrub, Pink Trumpet Tree, Pink Tecoma

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Tabebuia rosea (Bertol.) DC. 

ชื่อวงศ์ : BIGNONIACEAE

ลักษณะของชมพูพันทิพย์

ต้น  เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ เช่นเดียวกับทองอุไรและศรีตรัง สูงราว 8-12 เมตร  เปลือกต้นเรียบ สีเทาหรือสีน้ำตาล ต้นที่มีอายุมากเปลือกจะแตกเป็นร่อง

ใบ  เป็นแบบผสม มีใบย่อย 5 ใบ แผ่ออกคล้ายใบปาล์ม ปลายใบแหลม  ยาวประมาณ 12 เซนติเมตร กิ่งก้านสาขาแผ่ออกเป็นพุ่มค่อนข้างแน่น  เรือนยอดรูปไข่หรือทรงกลมแผ่กว้างเป็นชั้น

ดอก  ออกเป็นช่อตามกิ่งก้าน ช่อละ 5-8 ดอก ดอกย่อยลักษณะคล้ายดอกผักบุ้งหรือปากแตร คือโคนดอกเป็นหลอดยาวปลายดอกบานออกเป็น 5 กลีบ กลีบดอกมีทั้งสีชมพูอ่อน ชมพูสด และสีขาว ตรงกลางดอกสีเหลือง  กลีบดอกบาง ย่นเป็นจีบ  และร่วงหล่นง่าย ดอกย่อยแต่ละดอกกว้างราว 8 เซนติเมตร ยาวราว 15 เซนติเมตร  โดยทิ้งใบในช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคม และออกดอกในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน นอกจากนี้ยังมีฝักกลม ยาว 15-30 เซนติเมตร เมล็ดแบน สีน้ำตาล

ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์
ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ ไม้ยืนต้นผลัดใบ ปลายใบแหลม

การขยายพันธุ์ของชมพูพันทิพย์

ใช้เมล็ด, ตอนกิ่งหรือปักชำ

ธาตุอาหารหลักที่ชมพูพันทิพย์ต้องการ

ชอบดินที่ระบายน้ำและระบายอากาศได้ดีเป็นพิเศษ ควรปลูกบริเวณที่มีแสงแดดเต็มวัน

ประโยชน์ของชมพูพันทิพย์

นิยมนำไปปลูกเป็นไม้ประดับ และให้ร่มเงาในบริเวณสถานที่ราชการ สวนสาธารณะ และตามถนนหนทาง แต่กิ่งเปราะไม่เหมาะปลูกใกล้สนามเด็กเล่น และดอกร่วงมาก

ลำต้น ใช้ทำฟืน และเยื่อใช้ทำกระดาษได้

ดอกชมพูพันธุ์ทิพย์
ดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ กลีบดอกมีสีชมพูอ่อน ตรงกลางดอกสีเหลือง

สรรพคุณทางยาของชมพูพันทิพย์

บ  ต้มแก้เจ็บท้องหรือท้องเสีย ตำให้ละเอียดใส่แผล

คุณค่าทางโภชนาการของชมพูพันทิพย์

การแปรรูปของชมพูพันทิพย์

แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ : http://www.bedo.or.th/lcdb/biodiversity/view.aspx?id=10968&SystemType=BEDO
https://www.flickr.com

Add a Comment