ชมพู่มะเหมียว ผลมีรสชุ่มคอแก้กระหายน้ำ เปรี้ยวอมหวาน ทานแล้วสดชื่น

ชมพู่มะเหมียว

ชื่ออื่นๆ : ชมพู่มะเหมี่ยว, มะเหมี่ยว, ชมพู่สาแหรก, ชมพู่แดง

ต้นกำเนิด :

ชื่อสามัญ : Pomerac, Malay Apple

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Eugenia malaccensis Linn.

ชื่อวงศ์ : MYRTACEAE

ลักษณะของชมพู่มะเหมียว

ชมพู่มะเหมี่ยว ไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูงประมาณ 6-15 เมตร แผ่กิ่งก้านสาขามาก ลำต้นมีเปลือกสีน้ำตาลอ่อนผิวเรียบเป็นไม้ผล เรือนยอกทรงกลมหนาทึบ ชมพู่มะเหมี่ยวสามารถทานได้ทั้งผลสุก และเกษร ซึ่งมีรสเปรี้ยว เป็นไม้ผลที่ปลูกไว้ที่บ้าน ชมพู่มะเหมี่ยวเป็นไม้ผลที่มีระบบรากไม่เป็นอันตรายต่อตัวบ้าน อีกทั้งโตช้า จึงเหมาะสมจะปลูกไว้ประจำบ้านที่สุด ใบเดี่ยว เรียงสลับกันเป็นคู่ เนื้อใบหนาผิวใบเป็นมันใบแก่สีเขียวเข้มออกดอกเป็นช่อกระจุกแน่นปลายกิ่ง ดอก ออกตามกิ่งที่มีขนาดใหญ่ (cauliferous) ดอกมี ขนาดใหญ่สีชมพูเข้มหรือสีแดง มีเกสรตัวผู้และก้านชูเกสรเป็น สีชมพูเด่นชัด ติดอยู่โดยรอบที่ขอบของฐานรองดอกจะอยู่ แยกกัน ขนาดยาว 4-5 ซม. เกสรตัวเมียมีรังไข่ฝังอยู่ใน ฐานรองดอกตรงกลาง

ดอกชมพู่มะเหมี่ยว
ดอกช่อกระจุก ดอกสีชมพูเข้ม

การขยายพันธุ์ของชมพู่มะเหมียว

ใชเมล็ด

ธาตุอาหารหลักที่ชมพู่มะเหมียวต้องการ

ประโยชน์ของชมพู่มะเหมียว

ผลใช้รับประทานสด ทำอาหารคาวเช่นยำโดยใช้เกสร เมื่อ แก่แล้วยังมีรสเปรี้ยว นิยมนำไปต้มรวมกับผลไม้อื่น ๆ ให้มีรสเปรี้ยวน้อยลง

ผลชมพู่มะเหมี่ยว
ผลอ่อนสีเขียว ผลสุกสีแดง ผลแก่สีดำแดง

สรรพคุณทางยาของชมพู่มะเหมียว

ผล และ เกสรเพศผู้รับประทานได้ รากแก้คัน แก้ไข้ ขับปัสสาวะ เปลือกราก ขับประจำเดือน ใบ แก้บิดผล และ เกสรเพศผู้รับประทานได้ รากแก้คัน แก้ไข้ ขับปัสสาวะ เปลือกราก ขับประจำเดือน ใบ แก้บิด
เปลือกลำต้น ใบและรากมีสรรพคุณเป็นยา รสชุ่มคอ มีวิตามินซี และแคลเซียมสูง เสริมสร้างกระดูกและฟัน

คุณค่าทางโภชนาการของชมพู่มะเหมียว

การแปรรูปของชมพู่มะเหมียว

แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ : http://www.bedo.or.th/lcdb/biodiversity/view.aspx?id=11108&SystemType=BEDO
http://srdi.yru.ac.th/bcqy/view/169_%E0%B8%8A%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7

2 Comments

Add a Comment