ผักหวานป่า ใช้ยอดอ่อน ใบอ่อน และผลอ่อนกินเป็นผัก

ผักหวานป่า

ชื่ออื่นๆ : ผักหวาน

ต้นกำเนิด : แถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อยู่ตามป่าเบญจพรรณในที่ราบ

ชื่อสามัญ : ผักหวานป่า

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Melientha suavis Pierre

ชื่อวงศ์ : Opiliaceae

ลักษณะของผักหวานป่า

ไม้พุ่มยืนต้นสูง 5 – 10 เมตร อายุหลายปี กิ่งและลำต้นมีใบประดับขนาดเล็ก ลำต้นสีน้ำตาลอ่อนผิวขรุขระ ใบเป็นรูปไข่หรือรูปรี สีเขียวเข้มเนื้อใบกรอบ ปลายใบมน ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม ฐานใบเป็นรูปลิ่มก้านใบสั้น ช่อดอกเกิดตามกิ่งแก่หรือตามลำต้นที่ใบร่วงไปแล้ว แตกกิ่งก้านคล้ายช่อดอกมะม่วงหรือดอกลำใย ดอกมีขนาดเล็กเป็นตุ่มสีเขียวอัดกันแน่นเป็นกระจุก ผลเป็นผลเดี่ยวติดกันเป็นพวง ผลอ่อนสีเขียว เมื่อแก่สีเหลืองอมส้ม ลักษณะผลกลมรี เมล็ดลักษณะคล้ายพุทรา

ต้นผักหวานป่า
ไม้ยืนต้นเป็นพุ่ม ใบของผักหวานป่าเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับกัน

การขยายพันธุ์ของผักหวานป่า

การตอนกิ่ง, การเพาะชำไหล, การเพาะเมล็ด

วิธีการปลูกแบ่งได้ 3 วิธี คือ

1. การตอนกิ่ง การตอนกิ่งของผักหวานป่าใช้เวลานาน คือ ประมาณ 3 เดือนขึ้นไป ผักหวานป่าจะออกรากสีน้ำตาล วิธีนี้มีข้อดี คือ กิ่งที่ได้จะมีขนาดใหญ่ตามความต้องการ

 2. การเพาะชำ โดยการขุดไหลผักหวานป่าที่เกิดจากต้นแม่ หรือตัดรากผักหวานป่าที่อยู่ในดินซึ่งเป็นรากที่ขยายจากต้นแม่เป็นท่อนๆ ยายประมาณท่อนละ 5 – 6 นิ้ว นำไปเพาะชำประมาณ 1 เดือน จะเริ่มแตกกิ่งและยอด

3. การเพาะเมล็ด นำเมล็ดพันธุ์ผักหวานป่าที่แก่เต็มที่ขูดเนื้อหุ้มเมล็ดทิ้งและขัดล้างน้ำให้สะอาด แช่น้ำแยกเมล็ดที่ลอยน้ำทิ้ง นำเมล็ดที่จมน้ำขึ้นผึ่งให้สะเด็ดน้ำคลุกด้วยสารเคมีป้องกันเชื้อรากันรา นำใส่กระด้งหรือตะแกรงคลุมด้วยกระสอบป่านที่ชุบน้ำหมาดๆ เก็บในที่ร่ม 2 – 3 วัน เมื่อเปลือกเมล็ดเริ่มแตกนำไปเพาะในถุงพลาสติก ไม่ควรเจาะถุงพลาสติกด้านล่าง เพราะรากจะแทงลงดิน กดเมล็ดให้จมเสมอผิวดินนำไปไว้ใต้ร่มเงาพรางแสง 40 – 50 % เมื่อผักหวานป่าอายุ 2 เดือนครึ่ง ต้นผักหวานป่าจะสูงประมาณ 5 – 10 เซนติเมตร ใช้ปุ๋ยเกร็ดสูตร 15 – 15 – 15 ผสมน้ำฉีดพ่นทุก 2 อาทิตย์ เมื่อกล้าผักหวานป่าอายุได้ 3 – 4 เดือน สามารถย้ายปลูกได้ในช่วงนี้ รดน้ำให้น้อยลงและให้ต้นกล้าได้รับแสงแดดที่เพิ่มขึ้นทีละน้อย ละลายปุ๋ยโปแตสเซียมไนเตรท ความเข้มข้นไม่เกิน 2 %  รดต้นกล้าก่อนย้ายปลูกประมาณ 2 อาทิตย์ และงดให้น้ำ 1 วัน ก่อนย้ายปลูก ควรเตรียมหลุมปลูกในช่วงเดือนเมษายน โดยขุดหลุมปลูกขนาด 20 x 20 x 50 เซนติเมตร ระยะปลูก 2 x 2 เมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมักครึ่งปี๊บ ผสมกับหน้าดิน ฉีกหรือถอดถุงกล้าผักหวาน ระวังอย่าให้ดินแตกและรากขาด วางต้นกล้าลงกลางหลุมให้ต้นกล้าสูงกว่าปากหลุมประมาณ 5 เซนติเมตร แล้วพูนดินกลบโคนโดยรอบ ควรใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักที่สลายตัวดีแล้ว โดย หว่านกระจายโดยรอบโคนต้นรัศมี 20 เซนติเมตร ต้นละปี๊บ ในช่วงฤดูฝน ปีละครั้งไม่ควรใช้จอบขุดพรวนรอบโคนต้น

เมื่อผักหวานมีอายุ 3 ปี จะเริ่มให้ผลผลิต  ตัดยอดอ่อนทีแตกออกยาวประมาณ 15 – 25 เซนติเมตรมาบริโภคหรือจำหน่าย

ธาตุอาหารหลักที่ผักหวานป่าต้องการ

ประโยชน์ของผักหวานป่า

ส่วนที่นำมาบริโภค
ใช้ยอดอ่อน ใบอ่อน และผลอ่อนของผักหวานป่ามากินเป็นผัก โดยอาจนำมาลวกให้สุกเป็นผักจิ้มหรือเครื่องเคียง นำไปผัดน้ำมันหรือประกอบกับแกงชนิดต่างๆ เช่น แกงเลียง แกงส้ม แกงคั่ว ฯลฯ เป็นต้น สำหรับคนไทยทั่วไปนั้น อาหารที่ปรุงจากผักหวานป่านับเป็นอาหารพิเศษที่นานๆจะได้กินสักครั้ง เพราะเป็นผักธรรมชาติที่มีตามฤดูกาลและมีปริมาณน้อย ราคาก็แพงมากเมื่อเทียบกับผักชนิดอื่นๆ

ยอดผักหวานป่า
ยอดอ่อน ปลายใบแหลม สีเขียวอมเหลือง

สรรพคุณทางยาของผักหวานป่า

ใบและราก : รักษาแผล ปวดในข้อ ปวดหัว ปวดท้อง
ราก : เป็นยาเย็น แก้ร้อนในกระหายน้ำ สงบพิษไข้ แก้ดีพิการ

คุณค่าทางโภชนาการของผักหวานป่า

การแปรรูปของผักหวานป่า

แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ : http://area-based.lpru.ac.th/veg/www/Plant/pugwanpa.htm

ผักหวานป่า | Opiliaceae


https://www.flickr.com

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *