ผักเบี้ยใหญ่ สรรพคุณทางยา แก้ไอแห้ง แก้ขัดเบา แก้กระหายน้ำ

ผักเบี้ยใหญ่

ชื่ออื่นๆ : ผักกาโก้ง (โคราช); แบขี่เกี่ยง, ตือบ้อฉ่าย (จีน-แต้จิ๋ว)

ต้นกำเนิด :

ชื่อสามัญ : –

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Portulaca oleracea L

ชื่อวงศ์ : PIPERACEAE

ลักษณะของผักเบี้ยใหญ่

เป็นพืชล้มลุกอวบน้ำ ออกดอกตลอดปี ขึ้นแผ่เรียบไปกับดินบางครั้งอาจชูตั้งได้ ต้นยาว 20-30 ซ.ม. มีลำต้นสีเขียวหรือสีม่วงแดง ก้านกลมแตกกิ่งก้านสาขาแผ่ออกไป ใบออกตรงข้ามกัน ตรงใบรูปคล้ายลิ้น มีก้านใบสั้น ใบหนาผิวเรียบเป็นมัน ยาว 1-3 ซ.ม. กว้าง 5-15 ม.ม. ปลายใบมนมีรอยเว้าเข้าเล็กน้อย ฐานใบเรียวเล็กลงจนไปติดกับลำต้น ด้านหลังใบมีสีเขียวแก่ ท้องใบมีสีแดงเข้ม ดอกมี 2 เพศ อยู่ในดอกเดียวกัน ขนาดเล็ก สีเหลืองสด โดยทั่วไปมักออกเป็นกลุ่ม 3-5 ดอก กลีบเลี้ยงมี 4-5 กลีบ เป็นรูปสามเหลี่ยมขนาดเล็กช้อนกันเป็นคู่ๆ กลีบดอกมี 5 กลีบ สีเหลืองสด แต่ละกลีบเป็นรูปหัวใจคว่ำ ลงที่ปลายกลีบ ดอกมีรอยเว้าเข้า เกสรตัวผู้มี 8-12 อัน รังไข่มี 1 ห้อง ปลายแยกออกเป็นเส้นบางๆ 4-6 เส้น ผล รูปทรงกลมเมื่อแก่สีน้ำตาลแล้วแตกออก ภายในมีเมล็ดมากสีเทาดำ บนเปลือกเมล็ดมีจุดกระมักพบขึ้นเองตามริมถนน ข้างทางเดิน หรือที่ชื้นแฉะและที่รกร้างทั่วไป

ผักเบี้ยใหญ่
ลำต้นมีสีเขียวหรือสีม่วงแดง ใบหนาผิวเรียบเป็นมัน

การขยายพันธุ์ของผักเบี้ยใหญ่

ใช้กิ่ง/ลำต้น/-

ธาตุอาหารหลักที่ผักเบี้ยใหญ่ต้องการ

ประโยชน์ของผักเบี้ยใหญ่

ใบ แก้ไอแห้ง แก้ขัดเบา แก้กระหายน้ำ รักษาแผลอักเสบบวม เมล็ด ขับพยาธิ ทั้ง ๕ แก้เหงือกบวม แก้เจ็บคอ แก้ไอ ขับเสมหะ แก้เลือดออกตามไรฟัน แก้บิดถ่ายเป็นเลือด แก้หนองใน รักษาริดสีดวงทวาร รักษาแผลเรื้อรัง

สรรพคุณทางยาของผักเบี้ยใหญ่

ยานี้มีรสเปรี้ยว เย็น ใช้แก้ร้อน ดับพิษ แก้เลือดออกตามไรฟัน แก้บิดถ่ายเป็นเลือด หนองในแผลบวมอักเสบ ฝีประคำร้อย หล่อลื่นลำไส้ แก้ริดสีดวงทวารแตกเลือดออก ใช้ภายนอก แก้บวมและแผลเปื่อยเน่ามีหนอง

คนธาตุอ่อนท้องเสียง่าย และหญิงมีท้องห้ามใช้ และห้ามใช้ร่วมกับกระดองตะพาบน้ำ

คุณค่าทางโภชนาการของผักเบี้ยใหญ่

การแปรรูปของผักเบี้ยใหญ่

แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ : http://www.bedo.or.th/lcdb/biodiversity/view.aspx?id=11798&SystemType=BEDO
https://www.flickr.com

Add a Comment