ฝรั่ง ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เป็นผลไม้ที่ช่วยบำรุงเหงือกและฟัน ช่วยลดน้ำตาลในเลือด

ฝรั่ง

ชื่ออื่นๆ : หมากสีดา ฝรั่ง สุราษฎร์ธานี จุ่มโป่, ปัตตานี ชมพู่, เชียงใหม่ มะก้วย, เหนือ มะก้วยกา มะมั่น, แม่ฮ่องสอน มะกา, ตาก มะจีน, ใต้ ยามู ย่าหมู, นครพนม สีดา, จีนแต้จิ๋ว ปั๊กเกี้ย

ต้นกำเนิด : ทวีปอเมริกากลางและหมู่เกาะอินดีสต์ตะวันตก

ชื่อสามัญ : Guava

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Psidium guajava L.

ชื่อวงศ์ : MYRTACEAE

ลักษณะของฝรั่ง

ต้น ไม้ต้น ขนาดกลาง สูง 3-5 เมตร ผิวเปลือกต้นเรียบเกลี้ยง กิ่งอ่อนเป็นสี่เหลี่ยม

ใบ ใบหนา หยาบ ใต้ท้องใบเป็นริ้ว เห็นเส้นใบชัดเจน ขนขึ้นนวลบาง ใบยาวประมาณ 10 ซม. กว้างประมาณ 6 ซม.

ดอก กลีบดอก สีขาว ยาว 1.0-1.4 ซม. เกสรเพศผู้จำนวนมาก ยาว 6-9 มม

ผล ผลรูปทรงกลม รูปไข่ หรือรูปรี ผิว เกลี้ยง สีเขียว เนื้อในขาว รสหวาน กรอบ ผลสุกสีเหลือง- เขียว มีเมล็ดเล็กๆ แข็งอยู่ภายใน

ต้นฝรั่ง
ต้นฝรั่ง ไม้ต้นขนาดกลาง

การขยายพันธุ์ของฝรั่ง

ใช้กิ่ง/ลำต้น/โดยนำไปชำ ตอน แบ่งแยก ติดตา เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (Tissue Culture) ให้เกิดเป็นต้นใหม่ขึ้นมาได้
ข้อดีของการขยายพันธุ์โดยไม่ต้องอาศัยเพศ คือไม่กลายพันธุ์ สะดวกต่อการดูแลรักษา ได้ผลเร็ว และสามารถขยายพันธุ์พืชที่ยังไม่มีเมล็ดหรือไม่สามารถมีเมล็ดได้ แต่มีข้อเสียคือ ไม่มีรากแก้ว บางวิธีขยายพันธุ์ได้คราวละไม่มาก ต้องใช้เทคนิคและความรู้ช่วยบ้าง เช่น การตอน การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เป็นต้น
วิธีการขยายพันธุ์พืชแบบไม่อาศัยเพศมีหลายวิธี ในที่นี้จะแนะนำเฉพาะวิธีที่ใช้บ่อย และนำไปเลือกใช้กับการขยายพันธุ์พืชสมุนไพร ที่จะแนะนำต่อไปได้ ส่วนวิธีการอื่น หากสนใจ สามารถศึกษาได้จากตำราวิชาการด้านการเกษตร

ธาตุอาหารหลักที่ฝรั่งต้องการ

ประโยชน์ของฝรั่ง

เปลือกต้น บรรเทาอาการปวดท้อง ใช้ร่วมกับพืชอื่นต้มดื่มแก้ท้องเสีย ยอดและใบ รักษาอาการท้องร่วง แก้อาการปวดท้องในเด็ก รักษาส้นเท้าแตก เคี้ยวช่วยลดกลิ่นปาก ต้มรวมกับพืชอื่นอาบแก้ครั่นเนื้อครั่นตัว ผล แก้ปวดท้อง

ใบฝรั่ง
ใบฝรั่ง ใบหนา หยาบ ใต้ท้องใบเป็นริ้ว เห็นเส้นใบชัดเจน

สรรพคุณทางยาของฝรั่ง

กลุ่มยาแก้บิด ท้องเดิน ท้องร่วง โรคกระเพาะ

สรรพคุณ : ฝรั่งมีสารแทนนินอยู่มาก สารนี้มีฤทธิ์ฝาดสมานน้ำมันหอมระเหยในใบฝรั่ง สารแทนนินในฝรั่งยังยับยั้งการลุกลามของเชื้อโรค ช่วยสมานท้องและลำไส้ โดยช่วยลดอาการอักเสบของกระเพาะลำไส้ และช่วยลดอาการคลื่นไส้อาเจียน และยังช่วยอาการเกร็งตัวของลำไส้ ทำให้อาการปวดท้องบรรเทาลงได้ แก้ปวดเบ่ง

ดอกฝรั่ง
ดอกฝรั่ง กลีบดอกสีขาว

ส่วนที่ใช้ : ใบเพสลาด ผลอ่อนสด ผลสุก เปลือกต้นสดๆ ราก

ใบ – แก้ท้องเสีย ท้องร่วง ท้องเดิน (ที่ไม่ใช่บิด หรืออหิวาตกโรค) เป็นยาห้ามเลือด ใส่แผลสด ใช้ใบ 2-3 ใบเคี้ยวๆ ระงับกลิ่นปาก แก้ฝี เป็นยาล้างแผล ดูดหนองและถอนพิษบาดแผล แก้เหงือกบวม แก้พิษเรื้อรัง แก้ปวดเนื่องจากเล็บขบ แก้แพ้ยุง

ผลอ่อน – แก้ท้องเสีย ท้องร่วง ท้องเดิน ระงับกลิ่นปาก แก้บิดมูกเลือด มีไวตามินซีมาก เป็นกันหรือแก้โรคเลือดออกตามไรฟัน (ลักปิดลักเปิด) บำรุงเหงือกและฟัน บำรุงผิวพรรณ

ผลสุก – มีสารเพ็กตินอยู่มาก ใช้รับประทานเป็นยาระบายได้

ราก – แก้น้ำเหลืองเสีย เป็นฝี แผลพุพอง แก้เลือดกำเดาไหล

วิธีและปริมาณที่ใช้

ใช้ฝรั่งแก้ท้องเสีย ท้องร่วง ท้องเดิน
วิธีที่ 1 รับประทานสด
– ใช้ส่วนที่เป็นยอดอ่อนๆ 7 ยอด หรือใบเพสลาด 6-8 ใบ ค่อยๆ เคี้ยวให้ละเอียดทีละน้อย ค่อยๆ กลืน แล้วดื่มน้ำตาม ถ้าเคี้ยวทีละมากๆ จะรู้สึกฝาดขม ถ้าเคี้ยวกับเกลือเล็กน้อย จะช่วยให้รับประทานง่ายขึ้น
วิธีนี้ได้ผลมาก เพราะรับประทานทั้งน้ำและเนื้อของใบฝรั่งจนหมด ได้ตัวยาครบถ้วน
– อาจรับประทานผลดิบ ครั้งละ 1-2 ผล โดยเคี้ยวก่อนค่อยกลืนก็ได้
วิธีที่ 2 ต้มดื่ม
– ใช้ใบเพสลาด 5-10 ใบ หรือเปลือกต้นสดๆ 1 ฝ่ามือ ใส่น้ำ 2 ถ้วยแก้ว ต้มเดือดนาน 5-30 นาที เคี่ยวให้เหลือ 1 ถ้วยแก้ว รับประทานครั้งละ รับประทานครั้งละ ½ – 1 แก้ว วันละ 2 ครั้งรับประทานตามอาการหนักเบา เวลาดื่มเติมเกลือเล็กน้อยทำให้ดื่มง่ายขึ้น

วิธีที่ 3 ชงน้ำร้อนดื่ม
– เอายอดฝรั่ง 7 ยอด หรือใบฝรั่ง 6-10 ใบ ชงกับน้ำเดือด 2 แก้ว ปิดฝาไว้ 15-20 นาที ดื่มครั้งละ 1 แก้ว ดื่มบ่อย ๆ

วิธีที่ 4 ต้มคั้นเอาน้ำ
– เอาใบฝรั่ง 6-10 ใบ ตำให้ละเอียด ผสมน้ำสุก 3-5 ช้อนแกง ต้มให้เข้ากัน กรองด้วยผ้าขาว เอาน้ำผสมเกลือเล็กน้อยดื่มจนหมด
วิธีที่ 5 บดผงรับประทาน
– ใช้ผลฝรั่งที่เกือบแก่ หั่นเป็นแว่นบาง ๆ ตากแห้งบดเป็นผง รับประทานครั้งละ ½-1ช้อนชา โดยผสมน้ำ วิธีนี้รสชาติดีเด็กดื่มได้ง่าย

ใช้เป็นยาห้ามเลือด ใช้ใบสดล้างน้ำให้สะอาด ตำให้ละเอียดพอกแผลที่มีเลือดออก เลือดจะหยุด

ช่วยระงับกลิ่นปาก ใช้ใบสด 3-5 ใบ เคี้ยวและคายกากออกทิ้ง

เป็นยากันหรือแก้โรคลักปิดลักเปิด ฝรั่งมีวิตามินซีมาก  ใช้ผลโตเต็มที่แต่ไม่สุก รับประทานเป็นผลไม้ จะเป็นผลไม้ที่ช่วยบำรุงเหงือกและฟัน ช่วยลดน้ำตาลในเลือด รักษาท้องลำไส้ไม่ให้ผูก ช่วยบำรุงผิวพรรณ คนที่ชอบเป็นฝีเป็นแผลพุพอง ถ้ารับประทานฝรั่งบ่อย ๆ ก็ช่วยบรรเทาลงไปได้

หมายเหตุ ฝรั่งที่ควรปลูก ควรเป็นฝรั่งขี้นก เพราะมีโรคน้อย มีเพลี้ยแป้งน้อย ดูแลรักษาง่าย ที่สำคัญมีสรรพคุณทางยาที่ดีที่สุด มีไวตามินซีสูงกว่าฝรั่งพันธุ์อื่น ๆ

สารเคมี

ใบ มีน้ำมันหอมระเหย ซึ่งประกอบด้วย Caryophyllene cineol, นอกจากนี้ยังมี Tannin, sesquiter penoids และ triterpenoid compounds.

ผล มี fixed oil 6% Volatile oil 0.365% tannin 8-15% beta-sitosterol, quercetin, Vitamin C (330 mg.%), Arabinose,

ผลฝรั่ง
ผลฝรั่ง ผลกลม สีเขียว

คุณค่าทางโภชนาการของฝรั่ง

ฝรั่ง 1 ส่วน หรือครึ่งผล น้ำหนักส่วนที่กินได้ประมาณ 125 กรัม ให้พลังงาน 54 กิโลแคลอรี ประกอบไปด้วย

  • น้ำ 111 กรัม
  • น้ำตาล 8 กรัม
  • ใยอาหาร 3.6 กรัม
  • เบต้าแคโรทีน 26 ไมโครกรัม
  • วิตามินซี 234 มิลลิกรัม
  • โพแทสเซียม 230 มิลิกรัม

การแปรรูปของฝรั่ง

การแปรรูป เช่น ฝรั่งดอง ฝรั่ง น้ำฝรั่ง แยมฝรั่ง เยลลี่ฝรั่ง อบแห้งสามรส เป็นต้น

แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ : http://www.bedo.or.th/lcdb/biodiversity/view.aspx?id=11476&SystemType=BEDO
https: //swis.montfort.ac.th
https://www.flickr.com

One Comment

Add a Comment