ฟักทอง หรือ น้ำเต้า (ภาคใต้)

ฟักทอง หรือ น้ำเต้า (ภาคใต้)

ชื่ออื่นๆ :

ต้นกำเนิด :

ชื่อสามัญ : Pumpkin

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cucurbita moschata Decne.

ชื่อวงศ์ : Cucurbitaceae

ลักษณะของฟักทอง หรือ น้ำเต้า (ภาคใต้)

ฟักทองเป็นไม้เถาเลื้อยไปตามดิน มีมือสำหรับยึดเกาะ ลำต้นอวบน้ำ ใบเดี่ยวรูปห้าเหลี่ยม มีขนทั้งสองด้าน ดอกสีเหลืองรูปกระดิ่ง ผลฟักทองมีด้วยกันหลายลักษณะ บางครั้งเป็นผลเกือบกลมก็มี แต่โดยทั่วไปเป็นรูปทรงกลมแป้น ผิวขรุขระเล็กน้อย เมื่อยังดิบเนื้อค่อนข้างแข็ง นอกจากเนื้อของผลฟักทองจะใช้เป็นอาหารแล้ว เมล็ดฟักทองก็ใช้เป็นอาหารว่างได้ด้วย ปกติฟักทองเมื่อแก่จัดจะมีสีเหลืองอมส้ม เป็นพืชมีเถา ปลูกได้ทั่วไปทั้งในเขตร้อนและเขตหนาว

การขยายพันธุ์ของฟักทอง หรือ น้ำเต้า (ภาคใต้)

-/-

ธาตุอาหารหลักที่ฟักทอง หรือ น้ำเต้า (ภาคใต้)ต้องการ

ประโยชน์ของฟักทอง หรือ น้ำเต้า (ภาคใต้)

คุณค่าอาหาร
เนื้อและเปลือกฟักทอง 100 กรัม ให้พลังงาน 43 กิโลแคลอรี ประกอบด้วย เส้นใย 1.7 กรัม แคลเซียม 21 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 17 มิลลิกรัม วิตามินเอ 3,266 IU. วิตามินบี1 0.10 มิลลิกรัม ไนอะซิน 1.1 มิลลิกรัม วิตามินซี 52 มิลลิกรัม
สรรพคุณทางยา
ฟักทองมีเบต้า-แคโรทีนสูง ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง เมล็ดฟักทอง ช่วยป้องกันไม่ให้ต่อมลูกหมากโต ป้องกันและรักษาโรคนิ่ว โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ช่วยขับพยาธิตัวตืด น้ำมันจากเมล็ดช่วยบำรุงประสาท ราก ต้มดื่มเป็นยาบำรุงและแก้ไอ

สรรพคุณทางยาของฟักทอง หรือ น้ำเต้า (ภาคใต้)

ซึ่งจะเห็นว่า ฟักทองเป็นพืชผักที่มีกากใยมากพอสมควร ช่วยให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้น และไม่ทำให้อ้วน เพราะมีแคลอรีไม่สูงมาก ผู้ต้องการมีรูปร่างสวยงามควรบริโภคเป็นประจำและฟักทองยังมีวิตามินสูง ซึ่งช่วยบำรุงผิวพรรณและสายตาอีกด้วย

คุณค่าทางโภชนาการของฟักทอง หรือ น้ำเต้า (ภาคใต้)

การแปรรูปของฟักทอง หรือ น้ำเต้า (ภาคใต้)

แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ : http://www.bedo.or.th/lcdb/biodiversity/view.aspx?id=11078&SystemType=BEDO

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *