ว่านชักมดลูก ว่านมดลูก

ว่านชักมดลูก ว่านมดลูก

ชื่ออื่นๆ : หมากหมาว้อ

ต้นกำเนิด : เกาะบาหลี เกาะชวา

ชื่อสามัญ : ว่านชักมดลูก

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Curcuma comosa Roxb.

ชื่อวงศ์ : Zingiberaceae

ลักษณะของว่านชักมดลูก ว่านมดลูก

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ไม้ล้มลุกเนื้ออ่อน สูง 40-60 เซนติเมตร มีเหง้าใต้ดิน หัวเจริญในฤดูฝน และแห้งในฤดูหนาว หัวรูปกลมโต ป้อม เนื้อในสีเหลือง ใบ มี 1-2 ใบ กลางใบ มีแถบสีแดงเข้ม ผิวใบทั้งสองด้านเกลี้ยง มีต่อมเล็กสีน้ำตาลแดงระจายอยู่ทั่วไปทั้งสองด้าน กาบใบ ยาว 13-15 ซม. แผ่นใบ รูปไข่แกมหอก กว้าง 8-11 เซนติเมตร ยาว 22-36 เซนติเมตร กระจุกใบประดับ (coma bract) มีขนาด กว้าง 1.5-2.5 เซนติเมตร ยาว 2-3 เซนติเมตร และมีสีชมพูเข้มทั่วทั้งแผ่นใบประดับ ช่อดอก เจริญจากโคนลำต้น ก้านช่อดอก สั้น ช่อดอก กว้าง 6-7 เซนติเมตร ยาว 13-15 เซนติเมตร ใบประดับ รูปไข่แกมหอก พบตามป่าเบญจพรรณและป่าชื้นทั่วๆไป

ต้นว่านชักมดลูก
ลำต้นตั้งตรง แตกหน่อ ริ้วประดับสีม่วง ดอกย่อยสีออกเหลือง
เหง้าว่านชักมดลูก
เหง้ามีใบเกล็ดมีสีเขียว เนื้อเหง้าสีส้มเข้มหรือแดงเข้ม

การขยายพันธุ์ของว่านชักมดลูก ว่านมดลูก

ใช้หัว/เหง้า/หน่อ/-

ธาตุอาหารหลักที่ว่านชักมดลูก ว่านมดลูกต้องการ

ประโยชน์ของว่านชักมดลูก ว่านมดลูก

สรรพคุณ
ยาสมุนไพรพื้นบ้านจังหวัดอุบลราชธานี ใช้ เหง้า ฝนทาแผล แก้พิษสุนัขกัด
ตำรายาไทย ใช้ หัว ตำดองด้วยสุรารับประทานครั้งละไม่เกิน 2 ช้อนโต๊ะ สำหรับคนคลอดบุตรใหม่ๆ แก้เจ็บปวดมดลูก ทำให้มดลูกเข้าอู่หรือเข้าที่ ไม่อักเสบ ในชายที่เป็นไส้เลื่อน หรือกระษัยกล่อนลงฝักปวดเสียวลูกอัณฑะ อัณฑะแข็งเป็นเส้น เจ็บปวด ใช้หัวฝนกับสุราทาบริเวณที่เจ็บปวด เป็นเวลา 3-4 วัน

สรรพคุณทางยาของว่านชักมดลูก ว่านมดลูก

คุณค่าทางโภชนาการของว่านชักมดลูก ว่านมดลูก

การแปรรูปของว่านชักมดลูก ว่านมดลูก

แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ : http://www.bedo.or.th/lcdb/biodiversity/view.aspx?id=12222&SystemType=BEDO
https://www.flickr.com

Add a Comment