เผือก พืชหัวที่มีลำต้นใต้ดินสะสมอาหารเรียกว่า หัว

เผือก

ชื่ออื่นๆ :

ต้นกำเนิด : เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ชื่อสามัญ : –

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Colocasia esculenta

ชื่อวงศ์ : Araceae

ลักษณะของเผือก

เผือกเป็นพืชหัวที่มีลำต้นใต้ดินสะสมอาหารเรียกว่า หัว ซึ่งเกิดจากการขยายของลำต้นใต้ดิน พร้อมกับความยาวของปล้องลดลง เมื่อหัวมีขนาดใหญ่จะมีรากช่วยดึงหัวให้ลึกลงในดิน ที่ปลายรากเหล่านี้จะพองโตขึ้นเป็นหัวย่อยที่มีขนาดเล็ก หรือเรียกว่า ลูกเผือก ซึ่งจะทำหน้าที่ช่วยยึดลำต้น ช่วยดูดน้ำและแร่ธาตุ และสามารถใช้เป็นส่วนที่ขยายพันธุ์ได้ต่อไป

ต้นเผือก
ใบมีขนาดใหญ่ เป็นรูปหัวใจ ปลายใบแหลม

เผือกดิบกินไม่ได้เช่นเดียวกับบอน ซึ่งต้องทำให้สุกก่อนถึงจะรับประทานได้ เพราะมีผลึกแคลเซียมออกซาเลต ผลึกส่วนใหญ่เป็นรูปเข็ม ความเป็นพิษน้อยลงเมื่อสุกแคลเซียมออกซาเลตไม่ละลายน้ำและทำให้เกิดนิ่วในไต จึงมีคำแนะนำให้กินนมหรืออาหารที่มีแคลเซียมสูงพร้อมกับเผือก

การขยายพันธุ์ของเผือก

เพาะเมล็ด, เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

ธาตุอาหารหลักที่เผือกต้องการ

ประโยชน์ของเผือก

เผือกรับประทานได้หลายส่วน โดยหัว หัวย่อย ไหล ใบและก้านใบเมื่อต้มสุกสามารถรับประทานได้เช่นเดียวกับบอน โดยส่วนใหญ่นิยมนำมาทำเป็นแกง แป้งจากเผือกรับประทานทั้งเป็นอาหารหลักและอาหารว่าง ใช้ใบเผือกห่อปลาเค็มหรืออาหารอื่นก่อนนำไปนึ่ง ในฮาวายนำหัวเผือกมาต้ม ตำให้ละเอียด ปล่อยให้เกิดการหมัก กลายเป็นอาหารที่เรียกโปย

หัวเผือก
ผลทรงกลมและเรียวยาว มีสีน้ำตาลหรือสีดำ

สรรพคุณทางยาของเผือก

คุณค่าทางโภชนาการของเผือก

การแปรรูปของเผือก

แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ : http://www.bedo.or.th/lcdb/biodiversity/view.aspx?id=10057&SystemType=BEDO
https://www.flickr.com

Add a Comment