แคป่า แคนา ดอกขาว รสขม สรรพคุณดอกแคป่า ต้นแคนา ชื่อวิทยาศาสตร์คือ

แคป่า

ดอกแคป่า แคนา
ดอกสีขาว มีรสขม

ชื่ออื่นๆ : ภาคเหนือ แคขาว แคแน  ภาคอีสาน แคทราย ภาคตะวันออก แคยาว  ภาคใต้ แคยอดดำ

ต้นกำเนิด : พบที่พม่า และภูมิภาคอินโดจีน ในไทยพบแทบทุกภาค ยกเว้นภาคใต้ ขึ้นตามป่าเบญจพรรณ ชายทุ่งหรือทุ่งนา ความสูงถึงประมาณ 300 เมตร

ชื่อสามัญ :  แคป่า แคนา

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Dolichandrone Spathacea

ชื่อวงศ์ : BIGNONIACEAE

ลักษณะของแคป่า

ดอกแค (ดอกตูม)
ดอกแคตูม มีสีเขียว

ไม้ต้น สูงได้ถึง 20 ม. ใบประกอบยาว 12–35 ซม. มีใบย่อย 3–5 คู่ รูปรีหรือรูปไข่กลับ ยาว 5–14 ซม. ขอบใบจักห่าง ๆ โคนเบี้ยว ก้านใบยาว 0.5–1.3 ซม. ช่อดอกยาว 2–3 ซม. ก้านดอกยาว 1.8–4 ซม. กลีบเลี้ยงเป็นกาบ ยาว 4–5 ซม. หลอดกลีบดอกยาว 6–10 ซม. ปลายบานออกรูประฆัง ยาว 5–8 ซม. เกสรเพศผู้ยาว 3–5 ซม. เกสรเพศผู้ที่เป็นหมันยาวประมาณ 1 ซม. รังไข่ยาวประมาณ 1.5 ซม. ก้านเกสรเพศเมียยาวได้ถึง 12 ซม. ผลรูปแถบ บิดงอ ยาวได้ถึง 85 ซม. เมล็ดรูปสี่เหลี่ยม ยาว 2.2–2.8 ซม. รวมปีกบางใส

การขยายพันธุ์ของแคป่า

ใช้เมล็ด/เพาะเมล็ด

ธาตุอาหารหลักที่แคป่าต้องการ

ประโยชน์ของแคป่า

1. แคนา เป็นไม้ประดับที่นิยมปลูกมากตามปั๊มน้ำมันหรือสถานที่ราชการ เนื่องจากให้ดอกสีขาวสวยงาม
2. แคนา เป็นไม้มงคล เนื่องจากเชื่อว่า สีขาวบริสุทธิ์ของดอกจะนำพาสิ่งที่เป็นมงคล และสิ่งดีงามมาให้แก่สถานที่หรือคนในครอบครัว รวมถึงช่วยปกป้องภัยอันตรายทั้งหลายและช่วยให้ทำมาค้าขายร่ำรวย
3. ต้นแคนามีกิ่งจำนวนมาก และมีใบดก จึงนิยมปลูกเพื่อให้ร่มเงา ซึ่งเป็นประโยชน์ร่วมกับการปลูกเพื่อเป็นไม้ประดับ และไม้มงคล
4. ดอกแคนานิยมเก็บมารับประทานสดกินกับอาหารจำพวกลาบหรือลวกจิ้มน้ำพริก ซึ่งดอกสดจะมีรสกรอบ และขมเล็กน้อย แต่หากนำมาลวกน้ำที่ลวกนานในระยะหนึ่งจะมีรสขมมาก และขมมากกว่าดอกสด แต่จะให้รสนุ่มอร่อยกว่า แต่ทั้งนี้ หากลวกน้ำหลายน้ำหรือลวกนานขึ้น รสขมจะน้อยลงเรื่อยๆจนถึงระดับที่ไม่ขมมาก แต่การลวกน้ำร้อนนานๆจะทำให้ดอกเปื่อยยุ่ย รับประทานไม่อร่อย
5. เนื้อไม้แคนาแปรรูปเป็นไม้ตกแต่ง เช่น ไม้ฝ้า ไม้ปิดขอบ เป็นต้น แต่ไม่นิยมแปรรูปเป็นไม้โครงสร้างหลัก เช่น เสา คาน เพราะเนื้อไม้มีลักษณะไม่แข็งแรง เปราะ และหักง่าย
6. ดอกแคนา นอกจากเป็นที่ชื่นชอบของมนุษย์ที่นำมาเป็นผักแล้ว ดอกจะเป็นอาหารที่ชื่นชอบของโค กระบือ และหมูป่าด้วย

ดอกแคขาว
ดอกแคขาว (ดอกบาน)

สรรพคุณทางยาของแคป่า(1)

ดอก (รสขม)
– ลดอาการท้องเสีย
– ต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันโรคมะเร็ง
– ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย
– ช่วยขับปัสสาวะ
– ช่วยลดอาการเจ็บคอ และช่วยขับเสมหะ
– บดทาประคบแผล ช่วยห้ามเลือด ต้านจุลินทรีย์ และช่วยลดอาการอักเสบของแผล
– ช่วยเป็นยาระบายอ่อนๆ
ฟัก และเมล็ด
– ใช้เป็นยาถ่าย
– แก้อาการท้องเสีย
– แก้ริดสีดวง
– ช่วยขับปัสสาวะ
– ช่วยเป็นยาระบายอ่อนๆ
ราก เปลือก และแก่น
– ช่วยขับลม
– ช่วยขับเสมหะ
– แก้อาการท้องเสีย
– ลดอาการท้องอืด
– ช่วยขับปัสสาวะ
– ใช้บดทาพอกแผล ลดอาการอักเสบทำให้แผลหายเร็ว

คุณค่าทางโภชนาการของแคป่า

เนื่องจากการศึกษาหาสารสำคัญที่พบในดอกแคนายังไม่พบการศึกษา แต่จากการรวบรวมเอกสารจากพืชที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน เช่น แคหัวหมู และแคหางด่าง พบสารสำคัญ ได้แก่
– Verbascoside
– Leucosceptoside
– Leucoside A และ B
– Khaephuoside A และ B
– Phlomisethanoside

การแปรรูปของแคป่า

เนื้อไม้ และกิ่งแคนาค่อนข้างเปราะ และหักง่าย ไม่นิยมแปรรูปเป็นไม้โครงสร้าง แต่จะแปรรูปเป็นไม้ตกแต่ง หรือ ทำเฟอร์นิเจอร์ได้

แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ : http://www.bedo.or.th/lcdb/biodiversity/view.aspx?id=9262&SystemType=BEDO
puechkaset.com
https://www.gotoknow.org/posts/534710
https://www.dnp.go.th/botany/detaildict.html?wordsname=%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2

One Comment

Add a Comment