โทงเทง ต้อมต๊อก ผลมีกลีบดอกชั้นนอกหุ้มเหมือนโคมจีน

โทงเทง (อำนาจเจริญ) ต้อมต๊อก บาตอมต๊อก (เชียงใหม่) ตะเงหลั่งเช้า (จีน) ปุงปิง (ปัตตานี) ปิงเป้ง (หนองคาย)

ชื่ออื่นๆ : โทงเทง (อำนาจเจริญ) ต้อมต๊อก บาตอมต๊อก (เชียงใหม่) ตะเงหลั่งเช้า (จีน) ปุงปิง (ปัตตานี) ปิงเป้ง (หนองคาย)

ต้นกำเนิด :

ชื่อสามัญ : Hogweed, Ground Cherry

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Physalis angulata L.

ชื่อวงศ์ : SOLANACEAE

ลักษณะของโทงเทง (อำนาจเจริญ) ต้อมต๊อก บาตอมต๊อก (เชียงใหม่) ตะเงหลั่งเช้า (จีน) ปุงปิง (ปัตตานี) ปิงเป้ง (หนองคาย)

ไม้ล้มลุกขนาดเล็ก ลำต้นอวบน้ำเปลือกเกลี้ยงสีเขียว โคนสีม่วงแดงและสีค่อย ๆ จางลงเป็นสีเขียวใสเป็นเหลี่ยม ยอดเป็นสีเขียวอ่อน ลำต้นสูงประมาณ 25 – 50 เซนติเมตร สูงเต็มที่ 120 เซนติเมตร แตกกิ่งก้านสาขา ใบ เป็นใบเดี่ยวสีเขียวเรียงสลับออกตามข้อ ๆ ละใบ มีก้านยาว 2 – 3 เซนติเมตร ลักษณะใบคล้ายใบพริก รูปหอกป้าน ปลายแหลมและขอบใบเรียบ ใบกว้าง 3 – 4 เซนติเมตร ยาว 4 – 7 เซนติเมตร มีเส้นแขนงใบ 5 – 7 คู่ ดอก ออกระหว่างก้านใบกับลำต้น ดอกเล็กคล้ายดอกพริก แต่กลีบดอกสั้นและแข็งกว่า ดอกตูมทรงรีปลายแหลม เวลาบานเป็นรูปแตร มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5 – 2 เซนติเมตร กลีบดอกชั้นในมีสีเหลืองอ่อน กลีบดอกชั้นนอกหรือกลีบเลี้ยงมีสีเขียวอ่อน จำนวน 5 กลีบ ซึ่งจะเจริญเติบโตขยายตัวหุ้มผลภายในไว้หลวม ๆ ทำให้ดูเสมือนว่าผลพอง ออกดอกตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เรื่อยไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน ผล ผลโทงเทงมีกลีบดอกชั้นนอกหุ้มเหมือนโคมจีนสีเขียวอ่อนมีลายสีม่วง ผลภายในมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1-2 เซนติเมตร ผลกลมใสมีสีเขียวอ่อน และเมื่อสุกกลายเป็นสีเหลือง เมล็ด ในผลมีเมล็ดขนาดเล็กมีจำนวนมาก รูปกลมแบน เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.2 – 0.3 มิลลิเมตร มีเมือกหุ้มคล้ายมะเขือเทศจำนวนมาก
ส่วนที่ใช้ : ทั้งต้น ราก เยื่อหุ้มผลแห้ง

ต้นโทงเทง
ลำต้นอวบน้ำเปลือกเกลี้ยงสีเขียว โคนสีม่วงแดง

การขยายพันธุ์ของโทงเทง (อำนาจเจริญ) ต้อมต๊อก บาตอมต๊อก (เชียงใหม่) ตะเงหลั่งเช้า (จีน) ปุงปิง (ปัตตานี) ปิงเป้ง (หนองคาย)

ใช้เมล็ด/-

ธาตุอาหารหลักที่โทงเทง (อำนาจเจริญ) ต้อมต๊อก บาตอมต๊อก (เชียงใหม่) ตะเงหลั่งเช้า (จีน) ปุงปิง (ปัตตานี) ปิงเป้ง (หนองคาย)ต้องการ

ประโยชน์ของโทงเทง (อำนาจเจริญ) ต้อมต๊อก บาตอมต๊อก (เชียงใหม่) ตะเงหลั่งเช้า (จีน) ปุงปิง (ปัตตานี) ปิงเป้ง (หนองคาย)

ส่วนที่ใช้ : ทั้งต้น ราก เยื่อหุ้มผลแห้ง

สรรพคุณ :
ทั้งต้น – รักษาดีซ่าน ไอหืดเรื้อรัง แผลมีหนอง เจ็บคอ
ราก – ใช้ขับพยาธิ รักษาโรคเบาหวาน

วิธีและปริมาณที่ใช่

ยารักษาโรคหืด
ใช้ทั้งต้นแห้ง 1/2 กิโลกรัม ต้มกับน้ำ เติมน้ำตาลกรวดลงไปให้หวาน รับประทานครั้งบะ 1/4 ถ้วยแก้ว วันละ 3 ครั้ง หลังอาหารเป็นเวลา 10 วัน หยุดยา 3 วัน รับประทานต่อไปอีก 10 วัน พักอีก 3 วัน แล้วรับประทานต่อไปอีก 10 วัน หอบหืดจะได้ผลดี
ข้อควรระวัง – ในการรับประทานสมุนไพรโทงเทงนี้ใน 1-5 วันแรก บางคนอาจมีอาการอึดอัด เวียนศีรษะ นอนไม่หลับ หงุดหงิด หลังจากนั้นอาหารเหล่านี้จะหายไปเอง

ยารักษาแผลในปาก เจ็บคอ
– ใช้เยื่อหุ้มผลแห้งที่เอาเมล็ดออกแล้วหนัก 10 กรัม เปลือกส้ม 6 กรัม ต้มกับน้ำผสมน้ำตาลกรวดพอหวานเล็กน้อย ใช้ดื่มต่างน้ำ
– ใช้ทั้งต้น ตำละลายกับสุรา เอาสำลีชุบน้ำยาอมไว้ข้างแก้ม กลืนน้ำผ่านลำคอทีละน้อย แก้ต่อมน้ำลายอักเสบ (ต่อมทอนซิล) แก้ฝีในลำคอ (แซง้อ) หรือ ละลายกับน้ำส้มสายชูก็ได้ แก้ความอักเสบในลำคอได้ดีมาก
ใช้ภายใน แก้ร้อนในกระหายน้ำ ใช้ภายนอก แก้ฟกบวมอักเสบ ทำให้เย็น

ผลโทงเทง
ผลกลมใสเมื่อสุกมีสีเหลือง

สรรพคุณทางยาของโทงเทง (อำนาจเจริญ) ต้อมต๊อก บาตอมต๊อก (เชียงใหม่) ตะเงหลั่งเช้า (จีน) ปุงปิง (ปัตตานี) ปิงเป้ง (หนองคาย)

ยาขับพยาธิ รักษาโรคเบาหวาน
ใช้รากต้มกับน้ำรับประทาน

คุณค่าทางโภชนาการของโทงเทง (อำนาจเจริญ) ต้อมต๊อก บาตอมต๊อก (เชียงใหม่) ตะเงหลั่งเช้า (จีน) ปุงปิง (ปัตตานี) ปิงเป้ง (หนองคาย)

การแปรรูปของโทงเทง (อำนาจเจริญ) ต้อมต๊อก บาตอมต๊อก (เชียงใหม่) ตะเงหลั่งเช้า (จีน) ปุงปิง (ปัตตานี) ปิงเป้ง (หนองคาย)

แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ : http://www.bedo.or.th/lcdb/biodiversity/view.aspx?id=11673&SystemType=BEDO
https://www.flickr.com

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *