โมก ดอกออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ดอกสีขาว มีกลิ่นหอม

โมก

ชื่ออื่นๆ : โมก,โมหลวง,พุทธรักษา(เพชรบุรี),พ้อแก ซอทึ ส่าตึ (แม่ฮ่องสอน),มูกขาว(เลย), มูกมันน้อย(ลาว),มูกหลวง โมกเขา โมกทุ่ง (เหนือ),โมกใหญ่ (กลาง) , พุด (กาญจนบุรี)

ต้นกำเนิด :

ชื่อสามัญ : Kurchi

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Wrigtia pubescens R.Br.

ชื่อวงศ์ : APOCYNACEAE

ลักษณะของโมก

ต้นไม้ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ผลัดใบ เปลือกนอกสีเทา เปลือกในสีเหลืองอ่อน มีน้ำยางเหนียวสีขาว เรือนยอดเป็นรูปเจดีย์ต่ำ ทึบ ใบเดี่ยว ออกเป็นคู่ ๆ หรือเยื้องกันเล็กน้อย รูปใบมนกว้างหรือรูปไข่แกมรูปขอบขนานปลายมีติ่งเรียวแหลมยาว ใบอ่อนมีขนสีเทาอมเหลือง ด้านท้องใบมีขนประปราย ดอกออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง มีขนสั้นและอ่อนนุ่ม ก้านดอกเรียวเล็ก โคนดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปร่างคล้ายระฆัง มีขน โคนหลอดป่องเป้นกระเปาะ ดอกสีขาว กลิ่นหอม ผลออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง มีขนสั้นและอ่อนนุ่ม ก้านดอกเรียวเล็ก โคนดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปร่างคล้ายระฆัง มีขน โคนหลอดป่องเป้นกระเปาะ ดอกสีขาว กลิ่นหอม เมล็ดรูปขอบขนาน มีขนคิดเป็นกระจุกที่ปลาย

โมก
โมก ดอกออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง มีขนสั้นและอ่อนนุ่ม ก้านดอกเรียวเล็ก

การขยายพันธุ์ของโมก

ใช้เมล็ด/เพาะเมล็ด หรือปักชำ

ธาตุอาหารหลักที่โมกต้องการ

ประโยชน์ของโมก

สำหรับต้นโมกนั้น คนโบราณเชื่อว่า หากปลูกต้นโมกเอาไว้ภายในบ้าน ก็จะทำให้เกิดความบริสุทธิ์สะอาด มีแต่ความสุขกายสุขใจ ปลอดภัย และรอดพ้นจากสิ่งอันจะนำความทุกข์ร้อน มาสู่คนในครอบครัว ส่วนดอกของต้นโมกนั้น มีสีขาวสะอาด มีกลิ่นหอมสดชื่นตลอดทั้งวัน นอกจากจะให้ความสบายตาแล้ว ยังให้ความสบายใจอีกด้วย

สรรพคุณทางยาของโมก

คุณค่าทางโภชนาการของโมก

การแปรรูปของโมก

แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ : http://www.bedo.or.th/lcdb/biodiversity/view.aspx?id=10331&SystemType=BEDO
https://www.flickr.com

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *