กระวาน ผลแก่นำมาตากแห้งและใช้เป็นเครื่องเทศแต่งกลิ่นเพิ่มความหอมให้กับอาหาร

กระวาน

ชื่ออื่นๆ : ปล้าก้อ (ปัตตานี), กระวานขาว (ภาคกลาง, ภาคตะวันออก), มะอี้ (ภาคเหนือ), ข่าโคก ข่าโค่ม หมากเนิ้ง (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ), กระวานไทย, กระวานดำ, กระวานแดง, กระวานจันทร์, กระวานโพธิสัตว์

ต้นกำเนิด : ประเทศศรีลังกา และทางตอนใต้ของประเทศอินเดีย

ชื่อสามัญ : Camphor Seeds, Round Siam Cardamon, Best Camdamon,Clustered Cardamon

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Amomum krevanh Pierre. , Amomum cardamomum L.

ชื่อวงศ์ : ZINGIBERACEAE

ลักษณะของกระวาน

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
กระวาน เป็นพืชล้มลุกมีเหง้าหรือลำต้นอยู่ใต้ดินใบเป็นมัน โคนใบมน ปลายใบเรียวแหลมออกสลับกันที่โคนต้น ก้านใบเป็นกาบติดต้น ออกดอกเป็นช่อเหนือพื้นดินเล็กน้อย ลำต้นเป็นเหง้าหรือหัวใต้ดิน มีข้อประมาณ 8 – 20 ข้อ กระวานเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ก้านใบโค้งมีกาบใบติดกันใบออกสลับกันที่โคนต้น ใบมีสีเขียวเป็นมัน ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมน ผิวใบเรียบ ใบสูงจากพื้นดินประมาณ 2 – 12 ฟุต ดอกออกเป็นช่ออยู่ใกล้โคนต้นบริเวณผิวดิน กลีบดอกสีเหลือง ออกผลเป็นช่อ ผลกลม ช่อหนึ่งๆมีผลประมาณ 10 – 20 ผล รูปกลม ภายในผลมีเมล็ดประมาณ 9 – 18 เมล็ด เมล็ดมีกลิ่นหอมฉุนคล้ายการบูร มีรสเผ็ด

กระวาน
กระวาน ลำต้นอยู่ใต้ดินใบเป็นมัน ปลายใบเรียวแหลม

การขยายพันธุ์ของกระวาน

วิธีปลูก
การปลูกกระวานควรปลูกเป็นพืชแซมไม้ผล ไม้ยืนต้นเพื่อให้ร่มเงา การขยายพันธุ์ควรใช้เหง้า ซึ่งเป็นวิธีขยายพันธุ์ที่นิยมเพราะกระวาน
จะให้ดอกผลเร็วกว่าการขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ดปลูก เหง้าที่ใช้เพาะปลูกควรแยกออกจากกอแม่ที่มีอายุไม่น้อยกว่า 18 เดือน ถึง 2 ปี
และเหง้าที่แยกออกมาควรมีหน่อติดมาด้วยประมาณ 2 – 3 หน่อ และหน่อที่ใช้ควรมีความสูงประมาณ 1 – 2.5 ฟุต หลุมปลูกกระวานควรมีขนาด
กว้าง x ยาว x ลึก ประมาณ 50 x 50 x 50 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างต้นและแถว 2 x 2 เมตร ไม่นิยมปลูกชิดมาก
ต้องเว้นพื้นที่ว่างไว้ให้หน่อได้ขยายเพิ่มขึ้นทุก ๆปี ฝังหน่อลึกประมาณ 3 – 4 นิ้ว รดน้ำให้ความชุ่มชื้น

ธาตุอาหารหลักที่กระวานต้องการ

การดูแล
กระวานเป็นพืชที่ไม่ต้องดูและรักษามาก ควรกำจัดวัชพืชบ้าง ที่สำคัญควรทำการริดใบ โดยตัดใบและลำต้นที่แห้งแก่ตายหรือมีลักษณะ
ที่ไม่สมบูรณ์ออกให้หมด เพื่อให้สะดวกในการเก็บเกี่ยว การป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูพืช ปกติกระวานไม่ค่อยมีโรคและแมลงรบกวนมากนัก
นอกจากโรคใบไหม้ซึ่งอาจจะเกิดจากการได้รับแสงแดดมากเกินไป ส่วนศัตรูอื่น ได้แก่ หนู กระรอก และกระแต ซึ่งจะกัดทำลายเมล็ด
ในระยะรอเก็บเกี่ยว การตัดหน้อกระวานออกจากต้นแม่เพื่อใช้ประโยชน์อย่างอื่นนั้น จะมีผลกระทบกระเทือนต่อการติดผลของกระวาน

ผลกระวาน
ผลกระวาน ผลกลม เม็ดสีเขียว ดอกสีขาว

ประโยชน์ของกระวาน

กระวานสามารถใช้ในการรับประทานเป็นอาหารและเครื่องเทศแต่งกลิ่นได้ โดยสามารถนำเหง้าอ่อนของกระวานมารับประทาน ส่วนนผลแก่ของกระวานให้นำมาตากแห้งและใช้เป็นเครื่องเทศแต่งกลิ่นเพิ่มความหอมให้กับอาหาร ทั้งที่เป็นอาหารคาว ขนม คุกกี้ เค๊ก และยังช่วยในการดับกลิ่นอาหารคาวที่มีกลิ่นแรงได้ด้วย

สรรพคุณทางยาของกระวาน

สรรพคุณทางสมุนไพร
ราก แก้โลหิตเน่าเสีย ฟอกโลหิต แก้ลม เสมหะให้ปิดธาตุ รักษาโรครำมะนาด หัวและหน่อ ขับพยาธิในเนื้อให้ออกทางผิวหนัง เปลือก แก้ไข้ผอมเหลือง รักษาโรคผิวหนัง แก้ไข้อันง่วงเหงา ขับเสมหะ บำรุงธาตุ แก้ไขอันเป็นอชินโรค แก่น ขับพิษร้าย รักษาโรคโลหิตเป็นพิษ กระพี้ รักษาโรคผิวหนัง บำรุงโลหิต ใบ แก้ลมสันนิบาด ขับผายลม ขับเสมหะ รักษาโรครำมะนาด แก้ไข้เซื่องซึม แก้ลม จุกเสียด บำรุงกำลัง ผลแก่ รสเผ็ดร้อน กลิ่นหอม มีน้ำมันหอมระเหย (Essentialoil) 5-9 เปอร์เซ็นต์ มีฤทธิ์ขับลมและบำรุงธาตุยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย แก้ลมจุกเสียดแน่นเฟ้อ วิธีใช้แก้อาหารท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับลมและแน่จุกเสียด โดยใช้ผลกระวานแก่จัดประมาณ 6-10 ผล ตากแห้งปดเป็นผง รับประทานครั้งละ 1-3 ช้อนชา ต้มกับน้ำ 1 ถ้วยแก้ว เคี่ยวให้เหลือครึ่งถ้วยแก้ว ใช้รับประทานครั้งเดียว นอกจากนี้ผลกระวานยังใช้ผสมกับยาถ่าย เช่น มะขามแขกเพื่อบรรเทาอาการไซ้ท้อง เมล็ด แก้ธาตุพิการ อุจจาระพิการ บำรุงธาตุ เหง้าอ่อน ใช้รับประทานเป็นผักได้ มีกลิ่นหอมและเผ็ดเล็กน้อย

คุณค่าทางโภชนาการของกระวาน

การแปรรูปของกระวาน

แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ : http://www.bedo.or.th/lcdb/biodiversity/view.aspx?id=11226&SystemType=BEDO
https://www.flickr.com

One Comment

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *