กะหล่ำดอก ดอกอยู่รวมกันเป็นช่อ เนื้อแน่นฉ่ำน้ำ รสชาติหวานกรอบ มีกลิ่นเฉพาะตัว

กะหล่ำดอก

ชื่ออื่นๆ : กะหล่ำดอก, กะหล่ำต้น, ผักกาดดอก (ทั่วไป)

ต้นกำเนิด : เมดิเตอร์เรเนียน

ชื่อสามัญ : Cauliflower, Heading Broccoli

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Brassica oleracea L.

ชื่อวงศ์ : BRASSICACEAE (CRUCIFERAE)

ลักษณะของกะหล่ำดอก

ต้น เป็นพืชล้มลุก อยู่ในตระกูลเดียวกับกะหล่ำปลี มีทรงพุ่ม ลำต้นตั้งตรง มีลักษณะกลมๆ มีขนาดใหญ่อวบ จะมีใบหุ้มโดยรอบๆ จะมีสีเขียว มีนวล

ใบ  ใบเดี่ยว รูปไข่หรือรูปขอบขนานแกมรูปไข่  ใบจะหุ้มโดยรอบๆลำต้น มีใบหุ้มชั้นนอกหลายชั้น ผิวใบเรียบ ไม่มีก้านใบ มีสีเขียว มีนวล

ต้นกะหล่ำดอก
ต้นกะหล่ำดอก ต้นทรงพุ่ม ลำต้นตั้งตรง

ดอก อยู่เป็นช่อ เป็นดอกเดี่ยว มีดอกขนาดเล็กๆ อยู่รวมกันเป็นช่ออัดตัวกันแน่น ในดอกเดียวกัน ดอกมีหลายช่อเกาะกลุ่มแน่นเป็นช่อๆ อยู่เป็นกระจุกกลม สีขาว สีเหลือง สีม่วง ตามสายพันธุ์ มีกลีบเลี้ยงสีเขียว ก้านดอกสั้น อยู่ปลายของลำต้น เนื้อแน่นฉ่ำน้ำ รสชาติหวานกรอบ มีกลิ่นเฉพาะตัว

ใบกะกล่ำดอก
ใบกะกล่ำดอก ใบสีเขียว มีนวล โคนใบกว้าง ใบยาวปลายแหลม

การขยายพันธุ์ของกะหล่ำดอก

การเพาะเมล็ดแล้วย้ายกล้าปลูก

แบ่งได้ 3 กลุ่ม ตามอายุการเก็บเกี่ยว คือ พันธุ์เบา พันธุ์ขนาดกลาง และพันธุ์หนัก

กะหล่ำดอก เป็นพืช สามารถปลูกได้ในดินทุกชนิด ชอบดินค่อนข้างเหนียว จะทำให้ดินอุ้มน้ำดี การปลูกจะปลูกโดยใช้เมล็ดพันธุ์ นิยมปลูกโดยการเพาะต้นกล้าก่อน เมื่อต้นกล้ามีอายุประมาณ 30 วัน แล้วจึงทำการย้ายปลูก ในแปลงที่เตรียมไว้ ให้เว้นระยะห่างประมาณ 30×60 เซนติเมตร

การดูแลรักษา กะหล่ำดอกเป็นพืช ชอบอากาศหนาวเย็น ชอบน้ำมาก ต้องระบายน้ำดี น้ำไม่ขัง ชอบแดด ต้องดูแลรดน้ำเสมอ ต้องหมั่นรดน้ำให้ชุ่ม โดยรดน้ำเช้าเย็น และโดนแดดได้ตลอดวัน จะทำให้กะหล่ำดอกเติบโตเต็มที่

อายุเก็บเกี่ยว 60-120 วันหลังจากย้ายปลูก บางสายพันธุ์ที่ทนร้อนมีอายุเก็บเกี่ยว 45-55 วัน ในการเก็บเกี่ยวนิยมตัดยอดของลำต้นใต้ช่อดอกให้มีใบห่อหุ้มส่วนของช่อดอกไว้ด้วย

ธาตุอาหารหลักที่กะหล่ำดอกต้องการ

ประโยชน์ของกะหล่ำดอก

  • นิยมนำมาปรุงให้สุกก่อนรับประทาน อาจนำมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ รับประทานสดเป็นผักสลัด หรือนำมาต้มซุปผักร่วมกับผักชนิดอื่นๆ
  • ดอกกะหล่ำ มีวิตามินซีนี้มีหน้าที่ช่วยสร้างภูมิต้านทานโรค ทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ช่วยลดการป่วยและป้องกันการเป็นหวัด โรคเลือดออกตามไรฟัน และช่วยในการสังเคราะห์คอลลาเจนในร่างกาย มีโพแทสเซียมที่ช่วยควบคุมการทำงานของหัวใจและควบคุมระดับความดันโลหิตในร่างกาย มีฟอสฟอรัสกับแคลเซียมที่ช่วยในการเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและฟัน
ดอกกะหล่ำ
ดอกกะหล่ำ ดอกอยู่เป็นช่อ เป็นดอกเดี่ยว

สรรพคุณทางยาของกะหล่ำดอก

  • รักษาโรคกระเพาะอาหาร
  • ช่วยลดความดันโลหิต
  • ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ช่วยลดคอเลสเตอรอล
  • ช่วยบำรุงสมอง ป้องกันโรคอัลไซเมอร์
  • ช่วยขับถ่าย แก้ท้องผูก แก้จุกเสียดแน่นท้อง
  • ช่วยป้องกันโรคมะเร็งเต้านม ช่วยป้องกันโรคมะเร็งรังไข่ ช่วยป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูก
  • ช่วยบำรุงผิวพรรณ
  • ช่วยขับสารพิษ
  • ช่วยบำรุงไต
  • ช่วยลดอาการปวดศรีษะ
  • ช่วยป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
  • ช่วยบำรุงกระดูก
  • ช่วยบำรุงฟัน
  • มีภูมิคุ้มกัน
  • ช่วยป้องกันหวัด
กะหล่ำดอก
กะหล่ำดอก ดอกสีขาว สีเหลือง

คุณค่าทางโภชนาการของกะหล่ำดอก

ดอกอ่อน 100 กรัม  ประกอบด้วย

  • น้ำ 88 กรัม
  • โปรตีน 4 กรัม
  • ไขมัน 0.3 กรัม
  • คาร์โบไฮเดรต 6 กรัม
  • เส้นใย 1.5 กรัม
  • แคลเซียม 25 มิลลิกรัม
  • โพแทสเซียม 325 มิลลิกรัม
  • แคโรทีน 200 มิลลิกรัม
  • วิตามินซี 40 มิลลิกรัม

การแปรรูปของกะหล่ำดอก

แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ : http://www.bedo.or.th/lcdb/biodiversity/view.aspx?id=11238&SystemType=BEDO
http://www.rspg.or.th
https://www.flickr.com

One Comment

Add a Comment