ขมิ้นอ้อย นำเป็นยารักษาโรค ยังใช้แต่งสีเหลืองในอาหาร และสีย้อมผ้าได้

ขมิ้นอ้อย

ชื่ออื่นๆ : ว่านเหลือง (กลาง) สากมือ (ละว้า) ขมิ้นขึ้น (เหนือ) ละเมียด (เขมร)

ต้นกำเนิด : ทุกภาคของประเทศไทย

ชื่อสามัญ : Zedoary, Luya-Luyahan

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Curcuma zedoaria (Berg) Roscoe

ชื่อวงศ์ : Zingiberaceae

ลักษณะของขมิ้นอ้อย

ต้น : ขมิ้นอ้อย เป็นไม้ล้มลุกสูง 50-70 ซม. ลักษณะคล้ายขมิ้นชัน แต่ต้นสูงกว่า ขนาดเหง้าและใบใหญ่กว่า โดยเหง้าใต้ดินจะโผล่ขึ้นมาเหนือดินเล็กน้อย มีเนื้อในสีเหลืองอมส้ม กลีบดอกสีนวล มีกลิ่นหอม

ใบ : ใบออกเป็นรัศมีติดผิวดิน รูปหอกแกมขอบขนาน กว้าง 8-10 ซม. ยาว 30-40 ซม. ก้านใบยาว 8-15 ซม. ท้องใบจะมีขนนิ่ม ๆ ในหน้าแล้งใบจะแห้งลงหัว บางครั้งเราก็เรียกว่าขมิ้นหัวขึ้น

ดอก : ขมิ้นอ้อยจะออกดอกเป็นช่อ ก้านดอกยาวพุ่งออกจากเหง้าที่อยู่ใต้ดิน ช่อดอกจะมีใบประดับ ดอกมีสีขาว ตรงปลายช่อดอกจะเป็นสีชมพู ส่วนดอกสีเหลืองจะบานจากล่างขึ้นข้างบน และจะบานครั้งละ 2-3 ดอก

ขมิ้นอ้อย
เหง้ามักโผล่ขึ้นมาเหนือดิน เหมือนทรงเจดีย์สูง

การขยายพันธุ์ของขมิ้นอ้อย

ใช้หัว/เหง้า/หน่อ/ขมิ้นอ้อย สามารถขยายพันธุ์ได้โดยการใช้เหง้ามาปลูก การปลูกขมิ้นอ้อยที่ดีที่สุด ควรปลูกราว ๆ เดือนพฤษภาคม ย่างเข้าฤดูฝน และไม่ควรให้น้ำขังจะทำให้เหง้าขมิ้นเน่าเสีย ในหน้าหนาวขมิ้นอ้อยจะมีต้นโทรมหัวใหญ่

ธาตุอาหารหลักที่ขมิ้นอ้อยต้องการ

ประโยชน์ของขมิ้นอ้อย

เหง้า แก้ท้องร่วง แก้อาเจียน แก้ไข้ สมานลำไส้ ขับปัสสาวะ ขับระดูขาว ขับเสมหะ แก้มะเร็งลาม แก้ปวดท้อง บำรุงกำลัง ใบ ขับปัสสาวะ แก้บวมช้ำ

สรรพคุณทางยาของขมิ้นอ้อย

ทั้งนี้ นอกจากจะนำขมิ้นอ้อยมาใช้เป็นยารักษาโรคแล้ว ยังสามารถใช้แต่งสีเหลืองในอาหาร เช่น ข้าวเหนียวเหลือง ขนมเบื้องญวน ได้ แถมยังนำมาย้อมสีผ้าให้เป็นสีเหลืองได้อีก

คุณค่าทางโภชนาการของขมิ้นอ้อย

การแปรรูปของขมิ้นอ้อย

แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ : http://www.bedo.or.th/lcdb/biodiversity/view.aspx?id=11793&SystemType=BEDO
http://area-based.lpru.ac.th/veg/www/Native_veg/v048.htm
pharmacy.su.ac.th

One Comment

Add a Comment