ต้นรวงผึ้ง ดอกสีเหลือง มีกลิ่นหอม

รวงผึ้ง

ชื่ออื่นๆ : ดอกน้ำผึ้งและสายน้ำผึ้ง (เหนือ) , น้ำผึ้ง (กรุงเทพฯ)

ต้นกำเนิด : ประเทศไทย พบมากในป่าทางภาคเหนือ

ชื่อสามัญ : Yellow star

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Schoutenia glomerata King spp. peregrina Roekm.

ชื่อวงศ์ : MALVACEAE

ลักษณะของรวงผึ้ง

ต้น  ไม้ต้นขนาดเล็ก ผลัดใบ เรือนยอดทรงกลม หนาทึบ เปลือกสีน้ำตาลปนขาว

ใบ  ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับ ใบรูปรีถึงรูปรีขอบขนาน ขนาด 1.5-3 เซนติเมตร ยาว 4-9 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบเบี้ยว ก้านใบมีขน ใบสีเขียวใต้ใบสีอ่อนกว่าและมีเกล็ดเล็กๆ

ดอก  สีเหลือง มีกลิ่นหอม ออกเป็นช่อแบบช่อกระจุกแน่นตามซอกใบบริเวณปลายกิ่ง โคนกลีบเลี้ยง เชื่อมกัน ปลายแยกเป็น 5 แฉก คล้ายรูปดาว ไม่มีกลีบดอก ดอกบานเต็มที่กว้างประมาณ 1.5 ซม.

ผล  ผลแห้ง แก่ไม่แตก ทรงกลม ขนาด 0.5-1 เซนติเมตร มีขน

ดอกรวงผึ้ง
ดอกรวงผึ้ง ดอกสีเหลือง ออกเป็นช่อจุกแน่น

การขยายพันธุ์ของรวงผึ้ง

เพาะเมล็ด, ตอนกิ่ง, ปักชำกิ่ง

ธาตุอาหารหลักที่รวงผึ้งต้องการ

ปลูกเลี้ยงง่าย ทนแล้งข้อดีของพันธุ์ไม้

ประโยชน์ของรวงผึ้ง

ปลูกประดับสวน ดอกสวยออกเต็มต้น มีกลิ่นหอมอ่อน

ดอกรวงผึ้งจะเบ่งบานในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ผลิดอกได้นาน 7-10 วัน เมื่อดอกสีเหลืองบานพร้อมกันทั้งต้น จะดูงดงามอร่ามตา และส่งกลิ่นหอมชื่นใจตลอดทั้งวัน ทั้งนี้ต้นรวงผึ้งยังมีความสำคัญ คือ เป็นพรรณไม้ประจำพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องด้วยดอกรวงผึ้งมีสีเหลืองซึ่งเป็นสีประจำวันพระราชสมภพ และผลิดอกช่วงวันพระราชสมภพพอดี เมื่อพระองค์เสด็จฯ กอปรพระราชกรณียกิจตามสถานที่ต่าง ๆ ก็จะทรงปลูกต้นรวงผึ้งพระราชทานไว้เพื่อเป็นตัวแทนแห่งพระองค์ท่านและเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ราษฎร

สรรพคุณทางยาของรวงผึ้ง

คุณค่าทางโภชนาการของรวงผึ้ง

การแปรรูปของรวงผึ้ง

แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ : http://www.bedo.or.th/lcdb/biodiversity/view.aspx?id=9598&SystemType=BEDO
https://www.flickr.com

Add a Comment