บักนัด รับประทานหลังมื้ออาหารจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการย่อยอาหาร

บักนัด

ชื่ออื่นๆ : มะนัด, มะขะนัด, บ่อนัด (ภาคเหนือ) บักนัด  หมากนัด (อีสาน) ย่านัด, หย่านัด, ย่านนัด, ขนุนทอง, มะลิ (ภาคใต้) สับปะรด (ภาคกลาง)

ต้นกำเนิด : ทวีปอเมริกาใต้

ชื่อสามัญ : สับปะรด

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ananas comosus

ชื่อวงศ์ : Bromeliaceae

ลักษณะของบักนัด

ไม้ล้มลุกอายุหลายปี สูง 90 – 100 ซม. มีลำต้นอยู่ใต้ดิน ใบเดี่ยวเรียงสลับ ซ้อนกันถี่มากรอบต้น กว้าง 6.5 ซม. ยาวได้ถึง 1 เมตร ไม่มีก้านใบ ดอกช่อ ออกจากกลางต้น
มีดอกย่อยจำนวนมาก ผล เป็นผลรวม รูปทรงกระบอก มีใบเป็นกระจุกที่ปลาย

สับปะรดแบ่งออกตามลักษณะความเป็นอยู่ได้ 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือ พวกที่มีระบบรากหาอาหารอยู่ในดิน หรือ เรียกว่าไม้ดิน พวกอาศัยอยู่ตามคาคบไม้หรือลำต้นไม้ใหญ่ ได้แก่ ไม้อากาศต่าง ๆ ที่ไม่แย่งอาหารจากต้นไม้ที่มันเกาะอาศัยอยู่ พวกนี้ส่วนใหญ่จะเป็นไม้ประดับและพวกที่เจริญเติบโตบนผาหินหรือโขดหิน
ส่วนสับปะรดที่เราใช้บริโภคจัดเป็นไม้ดิน แต่ยังมีลักษณะบางประการของไม้อากาศเอาไว้ คือ สามารถเก็บน้ำไว้ตามซอกใบได้เล็กน้อยมีเซลล์พิเศษสำหรับเก็บน้ำเอาไว้ในใบ ทำให้ทนทานในช่วงแล้งได้

ต้นสับปะรด
เนื้อใบหนา แข็ง มีเส้นใย ท้องใบมีเกล็ดขาว ผลมีใบกระจุกที่ปลาย

การขยายพันธุ์ของบักนัด

ใช้หัว/เหง้า/หน่อ/การใช้หน่อหรือที่เป็นส่วนยอดของผลที่เรียก ว่า จุก มาฝังกลบดินไว้ สับปะรดชอบขึ้นในดินร่วน,ดินร่วนปนทราย,ดินปนลูกรัง,ดินทรายชายทะเล และชอบที่ลาดเท เช่น ที่ลาดเชิงเขา

ธาตุอาหารหลักที่บักนัดต้องการ

ประโยชน์ของบักนัด

สับปะรดสามารถดัดแปลงเป็นไม้ประดับ

สรรพคุณทางเคมี
มีเอนไซม์ย่อยโปรตีนชื่อบรอมีลิน (Bromelin) ช่วยย่อยโปรตีนไม่ให้ตกค้างในลำไส้ และมีเกลือแร่วิตามินซี จำนวนมาก

สับปะรดสุก
สับปะรด ผลสุกด้านในเนื้อสีเหลือง

สรรพคุณทางยาของบักนัด

สรรพคุณทางสมุนไพร
ช่วยบรรเทาอาการแผลเป็นหนอง ช่วยขับปัสสาวะ แก้ร้อนกระสับกระส่าย กระหายน้ำ แก้อาการบวมน้ำ ปัสสาวะไม่ออก บรรเทาอาการโรคบิด ช่วยย่อยอาหารพวกโปรตีน แก้ท้องผูก เป็นยาแก้โรคนิ่ว แก้ส้นเท้าแตก

การรับประทานสับปะรดหลังมื้ออาหารจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการย่อยอาหาร
ซึ่งการรับประทานสับปะรดอาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองเล็กน้อยภายในปาก ริมฝีปาก และลิ้นได้ และแม้ว่าในขณะนี้จะยังไม่มีการรายงานความเป็นพิษจากการใช้ในรูปแบบของอาหาร แต่ไม่ควรรับประทานในขณะท้องว่าง เนื่องจากสับปะรดมีความเป็นกรดและมีเอนไซม์บรอมมีเลนหากรับประทานขณะท้องว่างจะทำให้เกิดอาการระคายเคืองต่อระบบทางเดินอาหารได้ สำหรับผู้ที่แพ้พืชในตระกูลเดียวกับสับปะรดควรหลีกเลี่ยงการรับประทาน

คุณค่าทางโภชนาการของบักนัด

บปะรด 100 ก. จะให้พลังงานประมาณ 50 กิโลแคลลอรี
สารสำคัญที่พบในสับปะรดคือสารในกลุ่ม phytoestrogens, isoflavones, lignans, phenolics, กรดซิตริก, กรดมาลิก, วิตามินต่างๆ รวมทั้งเอนไซม์ บรอมมีเลน โดยสับปะรดแต่ละสายพันธุ์จะมีปริมาณสารที่มี

การแปรรูปของบักนัด

การนำสับปะรดมาบริโภคในรูปแบบของผลไม้สดและใช้เป็นส่วนประกอบในอาหารและขนมต่างๆ แล้ว ยังมีการนำสับปะรดมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้หลายชนิด เช่น สับปะรดกระป๋อง สับปะรดอบแห้ง สับปะรดแช่แข็ง น้ำผลไม้ น้ำส้มสายชู ไวน์สับปะรด อุตสาห์กรรมเบียร์ อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ และการใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าทางการตลาดให้กับสับปะรดได้เป็นอย่างดี

แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ : http://www.bedo.or.th/lcdb/biodiversity/view.aspx?id=11559&SystemType=BEDO
https://www.flickr.com

3 Comments

Add a Comment