บัวบก ผักหนอก จำปาเครือ ผักแว่น แว่นโคก เป็นยาบำรุง รักษาโรคผิวหนัง โรคประสาท

บัวบก ผักหนอก จำปาเครือ ผักแว่น แว่นโคก ปะหนะเอชาเด็าะ

ชื่ออื่นๆ : ใบบัวบก ผักหนอก

ต้นกำเนิด : ประเทศอินเดีย ศรีลังกา อินโดนีเซีย จีน ญี่ปุ่น และประเทศแถบตอนใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก

ชื่อสามัญ : Asiatic Pennywort

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Centella asiatica (Linn.) Urban.

ชื่อวงศ์ : UMBELLIFERAE

ใบบัวบก
ใบบัวบก ใบกลมประมาณ นิ้วครึ่ง มีสีเขียว

ลักษณะของบัวบก ผักหนอก จำปาเครือ ผักแว่น แว่นโคก ปะหนะเอชาเด็าะ

เป็นพืชที่ขึ้นง่ายตามที่ชื้นแฉะ เป็นไม้ล้มลุกเนื้ออ่อน ใบกลมประมาณ นิ้วครึ่ง ริมใบจัก ยาไทยกล่าวว่า ใบบัวบกเป็นยาบำรุง รักษาโรคผิวหนัง โรคประสาท ขับปัสสาวะ ต้นและใบเป็นยาบำรุงหัวใจ แก้อ่อนเพลียเมื่อยล้า แก้ท้องเสีย อาการเริ่มเป็นบิด

คนจีนใช้ตำละลายน้ำผสมน้ำตาล เป็นยาแก้ร้อนใน แก้ช้ำใน แก้อ่อนเพลียได้ดี สรรพคุณในตำราจีนกล่าวว่า ใบมีรสขมเล็กน้อย เผ็ดเล็กน้อย เย็นจัด หรือหนาว ในทางจีนใช้ขับความร้อน ขับปัสสาวะ แก้พิษ แก้บวม ใช้ในอาการไข้หวัดใหญ่ ใช้ในอาหารเป็นพิษ ใช้ขนาด15-30 กรัม (แห้ง) บำรุงตับ ใช้ขนาด 250 กรัม ต้มในน้ำตาล นอกจากนี้ยังใช้ถอนพิษ

ต้นอ่อนใบบัวบก
ต้นอ่อนใบบัวบก เป็นพืชที่ขึ้นง่ายตามที่ชื้นแฉะ

การขยายพันธุ์ของบัวบก ผักหนอก จำปาเครือ ผักแว่น แว่นโคก ปะหนะเอชาเด็าะ

-/การปักชำ การเพาะเมล็ด ไหล ตัดแยกไหลที่มีต้นอ่อนและมีรากงอก นำไปปลูกในที่ชื้นแฉะ แต่ต้องมีแดดพอสมควรเป็นพืชที่ขึ้นง่าย

ธาตุอาหารหลักที่บัวบก ผักหนอก จำปาเครือ ผักแว่น แว่นโคก ปะหนะเอชาเด็าะต้องการ

ประโยชน์ของบัวบก ผักหนอก จำปาเครือ ผักแว่น แว่นโคก ปะหนะเอชาเด็าะ

รสและสรรพคุณยาไทย
กลิ่นหอม รสขมเล็กน้อย แก้อ่อนเพลีย เมื่อยล้า แก้ร้อนใน แก้โรคความดันโลหิตสูง
ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์
สารที่สำคัญที่ได้จากใบบัวบกคือ มีฤทธิ์ในการสมานแผล ทำให้แผลหายเร็ว มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ฆ่าเชื้อราและลดอาการอักเสบ
เส้นใย พลังงาน แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินเอ (มีมาก) วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ไนอาซิน วิตามินซี มีสารพวก ไตรเทอร์ปีน (triterpene) และไตรเทอร์ปีนไกลโคไซด์ (triterpeneglycoside) หลายชนิดเช่น กรด เอเซียติค (asiatic acid) กรดมาดิคาสสิค (madecassic acid) เอเซียติโคไซด์(asiaticoside) มาดิคาสโซไซด์ (madecassoside) และสารขมที่มีชื่อว่า แวลลารีน (vallarine)
ใบ รักษาพยาธิในท้อง
ผล รักษาไข้พิษอย่างแรง และแก้เสมหะเป็นพิษ

ส่วนที่ใช้ประโยชน์ของบัวบกคือ ใบ เถาและต้น ซึ่งแต่ละส่วนจะให้สรรพคุณแตกต่างกันนะคะ “บัวบก” มีฤทธิ์ในการสมานแผลและลดการอักเสบ เนื่องจากมีสารพวก กรดมาดิคาสสิค (madecassic acid) กรดเอเซียติค (asiatic acid) เอเซียติโคไซด์(asiaticoside) และมาดิคาสโซไซด์ (madecassoside) ซี่งมีสรรพคุณในการสมานแผล และมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดหนอง ฆ่าเชื้อราและลดอาการอักเสบได้ สารสกัดจากต้นบัวบกด้วยน้ำ มีฤทธิ์ในการรักษาแผลในกระเพาะอาหาร และสารสกัดจากผลแห้งของบัวบกมีฤทธิ์ยับยั้งการแแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งบางชนิด รักษาแผลเรื้อรังเพราะมีสาร เช่น เอเซียติโคไซด์(asiaticoside) และกรดมาดิคาสสิค ซึ่งช่วยรักษาเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ส่งเสริมการทำงานของสมอง

สารสำคัญในใบบัวบกมีฤทธิ์ในการเร่งสร้างเนื้อเยื่อและคอลลาเจน จึงช่วยสมานแผล ทำให้เลือดไหลเวียนดี เป็นยาบำรุง แก้อาการอ่อนเพลีย รักษาแผลภายนอกโดยใช้ทา นอกจากนี้ยังมีรายงานการใช้บัวบกรักษานิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ ขับปัสสาวะ แก้หัด ลดความดันโลหิต แก้ตับอักเสบ ช่วยทำให้ผมดก กันและแก้ศรีษะล้าน ในประเทศฝรั่งเศสมีการพัฒนารูปแบบของบัวบก เป็นครีมและยาฉีดใช้รักษาแผลสด ในออสเตรเลียนิยมรับประทานใบสด โดยแนะนำให้รับประทานวันละ 2 ใบ ทุกวัน เพื่อใช้เป็นยาอายุวัฒนะ เพราะพบว่า สารในใบบัวบกช่วยเร่งการสร้างคอลลาเจน ซึ่งช่วยชะลอความชรา หรือความเสื่อม เพิ่มความทรงจำ นอกจากนี้หากใช้บัวบกในลักษณะเป็นผงแห้ง แนะนำให้ใช้ 600 มิลลิกรัม หรือ 1 ช้อนชา ชงเป็นชาดื่มก็ได้นะคะ

สำหรับในประเทศไทยเรา มีผลงานวิจัยของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยความร่วมมือของโรงพยาบาลรามาธิบดีและโรงพยาบาลศิริราช พัฒนารูปแบบของครีมบัวบก ในผู้ป่วยที่เป็นแผลเรื้อรังจากแผลกดทับ แผลที่เกิดจากอุบัติเหตุ และแผลติดเชื้อ พบว่า ครีมดังกล่าว ทำให้แผลหายเร็วขึ้น ลดอาการอักเสบลงได้ดีค่ะ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าชาวจีนและชาวอินเดียก็มีการใช้บัวบกกันมานาน ในการรักษาอาการอักเสบ แก้ฟกช้ำเพราะช่วยทำเลือดกระจาย จึงบรรเทาอาการเส้นเลือดขอด (Varicose Vein)ได้ดี ใช้แก้ปวดศรีษะ บำรุงกำลัง นอกจากนี้สารแวลลารีน (vallarine) ยังรักษาโรคซิฟิลิส โรคเรื้อน มีฤทธิ์ฝาดสมานแผลจึงใช้เป็นส่วนผสมในการทำแชมพูและครีมนวด เพื่อป้องกันผมร่วงศรีษะล้าน ช่วยให้ผมดกได้ผลดีมาก
ในการเตรียมบัวบกเพื่อเป็นสมุนไพรแบบง่าย มีคำแนะนำดังนี้ ให้นำบัวบกทั้งต้นสดประมาณ 1 กำมือ ล้างให้สะอาด แล้วนำมาตำให้ละเอียด คั้นเอาแต่น้ำ มาทาชะโลมบริเวณที่เป็นแผลให้ชุ่มอยู่เสมอในชั่วโมงแรก หรือจะใช้กากพอกด้วยก็ได้ หลังจากนั้นใช้น้ำยาทาวันละ 3-4 ครั้ง จนหาย ในบางตำราระบุว่า น้ำต้มใบสดของบัวบก ใช้รักษาโรคปากเปื่อย ปากเหม็น เจ็บคอได้ดีอีกด้วยนะคะ ในตำราอายุรเวท จัดบัวบกเป็นยาอายุวัฒนะชนิดสำคัญเลยทีเดียวค่ะ อย่างไรก็ตามมีคำแนะนำว่า ควรระวังอย่าดื่มน้ำบัวบกมากจนเกินไป

ใบบัวบก
ใบบัวบก เลื้อยแผ่ไปตามพื้นดิน ชอบที่ชื้นแฉะแตกรากฝอยตามข้อ

สรรพคุณทางยาของบัวบก ผักหนอก จ ไหลที่แผ่ไปจะงอกใบจากข้อชูขึ้น 3-5 ใบ ใบ เดี่ยว เรียงำปาเครือ ผักแว่น แว่นโคก ปะหนะเอชาเด็าะ

ใบและรากบัวบกมีสารสำคัญคือไทรเทอร์ปีนส์ พบกรดเอเชียติก เอเชียติโคไซด์ มาเดคอสซอล มาเดคาสสิก และอื่นๆ นอกจากนี้ประกอบด้วย น้ำมันหอมระเหยเล็กน้อย และฟลาโวนอยด์ น้ำที่คั้นได้ พบเอเชียติโคไซด์มากที่สุด มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนให้กับผิว นอกจากนี้ยังสามารถยับยั้งอาการคัน ช่วยยับยั้งเชื้อกลาก สารสกัดด้วยน้ำยังสามารถช่วยลดการติดเชื้อที่เกิดหนอง ทำให้เหมาะสมในการใช้เป็นผลิตภัณฑ์ภายนอกลดการอักเสบของแผลในช่องปาก และอื่นๆ

คุณค่าทางโภชนาการของบัวบก ผักหนอก จำปาเครือ ผักแว่น แว่นโคก ปะหนะเอชาเด็าะ

สารสกัดจากใบบัวบกประกอบด้วย madecassoside asiatic acid, asiaticoside, centelloside, centellic acid brahminoside, brahmic acid.

การแปรรูปของบัวบก ผักหนอก จำปาเครือ ผักแว่น แว่นโคก ปะหนะเอชาเด็าะ

ใบสดรับประทานเป็นผักแกล้มน้ำพริกปลา คั้นทำเครื่องดื่ม สารสกัดจากบัวบกในรูปแบบยาเม็ดเพื่อลดน้ำหนัก

น้ำใบบัวบก
น้ำใบบัวบก แก้ช้ำใน แก้เจ็บคอ

แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ : http://www.bedo.or.th/lcdb/biodiversity/view.aspx?id=9346&SystemType=BEDO

https://www.pharmacy.cmu.ac.th/makok.php?id=184

http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_03_4.htm

Add a Comment