ผักกุ่มน้ำ ใบอ่อนและดอกอ่อนรับประทานได้

ผักกุ่มน้ำ

ชื่ออื่นๆ : ผักกุ่ม, รอถะ, เหาะเถาะ, อำเภอ

ต้นกำเนิด :

ชื่อสามัญ : ผักกุ่ม

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Crateva adansonii DC. ssp. trifoliata ( Roxb.)

ชื่อวงศ์ : CAPPARACEAE

ลักษณะของผักกุ่มน้ำ

ลักษณะทั่วไปของผักกุ่ม
ลำต้น : ไม้ต้นขนาดเล็ก สูง 4 – 12 เมตร ลำต้นสีเทาหรือน้ำตาลอมเทา เปลือกค่อนข้างเรียบ
ใบ : ใบเป็นใบประกอบชนิดที่มีสามใบย่อย ใบย่อยรูปรีหรือรูปไข่ ปลายใบแหลม กว้าง 8 –10 เซนติเมตร ยาว 12 – 14 เซนติเมตรโคนใบสอบแคบหรือเบี้ยว ก้านใบยาว
ดอก : ดอกออกเป็นช่อตรงซอกใบหรือปลายกิ่ง ระยะแรกมีสีเขียว ต่อมามีสีขาวหรือขาวอมเหลือง ก่อนออก ดอกจะผลัดใบแล้วจึงออกดอกพร้อมกับผลิใบใหม่ กลีบดอก 4 กลีบ เกสรตัวผู้จำนวนมาก ก้านชูเกสร ตัวผู้สีม่วง
ผล : ผลกลมรีหรือรูปไข่ สีเทาอมขาว เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดง
เมล็ด : เมล็ดรูปไต จำนวนมาก
การปลูก
ต้นกุ่มเป็นไม้ที่ขึ้นได้ทั่วไป มีมากในภาคกลางและภาคใต้แถบจังหวัดระนอง ชุมพร กระบี่ และพังงา พบทั่วไปตามริมแม่น้ำ ลำห้วยในป่า ลำคลอง โดยเฉพาะกุ่มบก ต้นกุ่มขยายพันธุ์ได้หลายวิธี คือ เพาะเมล็ด ปักชำ การตอนกิ่ง

ลำต้น : ไม้ต้นขนาดเล็ก สูง 4 – 12 เมตร ลำต้นสีเทาหรือน้ำตาลอมเทา เปลือกค่อนข้างเรียบ

ผักกุ่ม
ดอกสีขาวแล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ออกที่ปลายกิ่ง

การขยายพันธุ์ของผักกุ่มน้ำ

ชำกิ่ง
ใช้ใหล จากรากมาปลูก (ต้นอ่อนที่งอกมาจากราก)

ธาตุอาหารหลักที่ผักกุ่มน้ำต้องการ

ประโยชน์ของผักกุ่มน้ำ

ประโยชน์ทางอาหารของผักกุ่ม
ส่วนที่ใช้เป็นอาหาร ยอดอ่อน ใบอ่อน และช่อดอกอ่อน
การปรุงอาหาร
คนไทยรับประทานใบอ่อนและดอกอ่อนของกุ่มบกและกุ่มน้ำ พบว่าชาวบ้านทุกภาคของไทยรับประทานผักกุ่มด้วยวิธีเดียวกัน คือ นำใบอ่อน และดอกอ่อนมาดองก่อน แล้วจึงนำไปรับประทานหรือนำไปปรุงเป็นผักอ่อนผักกุ่ม ทำคล้ายกับแกงขี้เหล็ก โดยการนำดอกมาต้มคั้นน้ำทิ้งสัก 1-2 ครั้ง เพื่อลดรสขม และปรุงด้วยข่าอ่อน ตะไคร้ น้ำปลาร้า น้ำปลาเกลือ ข้าวสารเล็กน้อย ใบแมงลัก ผักชีฝรั่งชาวบ้านเล่าว่าถ้าใส่น้ำครั้นใบย่านางลงไปด้วยจะทำให้ผักกุ่มจืดเร็ว ชาวใต้นำผักกุ่มไปรับประทานกับขนมจีนน้ำยาและชาวเหนือ (เชียงใหม่) นำผักยอดกุ่มมาเผาทานแกล้มกับลาบปลา ในช่วงหน้าหนาวเรามักพบกุ่มดองวางขายในตลาดสด
คุณค่าทางโภชนาการ
ผักกุ่มดอง รสเปรี้ยว ใบผักกุ่มดอง 100 กรัม ให้พลังงาน 88 กิโลแคลอรี่ ประกอบด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์แก่ร่างกาย คือ น้ำ 73.4 กรัม คาร์โบไฮเดรต 15.7 กรัม โปรตีน 3.4 กรัม ไขมัน 1.3 กรัม กาก 4.9 กรัม แคลเซี่ยม 124 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 20 มิลลิกรัม เหล็ก 5.3 มิลลิกรัม วิตามินเอ 6083 IU วิตามินบีหนึ่ง 0.08 มิลลิกรัม วิตามินบีสอง 0.25 มิลลิกรัม ไนอาซีน 1.5 มิลลิกรัม และวิตามินซี 5 มิลลิกรัม

สรรพคุณทางยาของผักกุ่มน้ำ

สรรพคุณทางยาของผักกุ่ม
• ราก รสร้อน แก้ปวดท้อง บำรุงธาตุ
• ใบ รสขมหอม ขับเหงื่อ แก้ไข้ เจริญอาหาร ระบาย ขับพยาธิ แก้ปวดเส้น แก้โรคไขข้ออักเสบ
• ดอก รสเย็น แก้เจ็บตา และแก้เจ็บในคอ
• ลูก รสขม แก้ไข้
• เปลือกต้น รสร้อน แก้สะอึก ขับผายลม ขับเหงื่อ แก้กระษัย

คุณค่าทางโภชนาการของผักกุ่มน้ำ

การแปรรูปของผักกุ่มน้ำ

แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ : http://www.bedo.or.th/lcdb/biodiversity/view.aspx?id=9767&SystemType=BEDO
https://www.flickr.com

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *