ผักแพว รสเผ็ดของผักแพวช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมันในเลือด เหมาะเป็นผักสมุนไพรลดความอ้วน

ผักแพว

ชื่ออื่นๆ : พริกม้า พริกม่า (นครราชสีมา), หอมจันทร์ (อยุธยา), ผักไผ่ (ภาคเหนือ), ผักแพว (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ), จันทน์โฉม, จันทน์แดง, ผักไผ่น้ำผักแพ้ว, ผักแพรว, ผักแจว, พริกบ้า, หอมจันทร์ เป็นต้น

ต้นกำเนิด : เป็นพืชเฉพาะถิ่น ซึ่งสามารถพบได้ในประเทศ เวียดนาม , พม่า , ลาว ,ไทย เท่านั้น

ชื่อสามัญ : Vietnamese coriander

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Polygonum odoratum Lour

ชื่อวงศ์ : POLYGONACEAE

ลักษณะของผักแพว

ต้นผักแพว จัดเป็นพืชล้มลุก มีลำต้นสูงประมาณ 30-35 เซนติเมตร ลำต้นตั้งตรง มีข้อเป็นระยะ ๆ ตามข้อมักมีรากงอกออกมา หรือลำต้นเป็นแบบทอดเลื้อยไปตามพื้นดินและมีรากงอกออกมาตามส่วนที่สัมผัสกับพื้นดิน เป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ดีในที่ชื้นแฉะ เช่น ในบริเวณห้วย หนอง คลอง บึง หรือตามแอ่งน้ำต่าง ๆ ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดและการใช้ลำต้นปักชำ (เมล็ดงอกยาก นิยมใช้กิ่งปักชำมากกว่า) พรรณไม้ชนิดนี้เป็นพืชล้มลุก พบได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย เพราะเกิดได้เองตามธรรมชาติ

ใบผักแพว มีใบเป็นใบเดี่ยว ออกสลับ ลักษณะของใบเป็นรูปหอกหรือรูปหอกแกมรูปไข่ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 2.5-3 เซนติเมตร และยาวประมาณ 5.5-8 เซนติเมตร ปลายใบเรียวแหลมคล้ายใบไผ่แต่บางกว่า ขอบใบเรียบ ฐานใบเป็นรูปลิ่ม ก้านใบสั้นมีหู ใบลักษณะคล้ายปลอกหุ้มรอบลำต้นอยู่บริเวณเหนือข้อของลำต้น

ดอกผักแพว ออกดอกเป็นช่อ ช่อดอกมีดอกย่อยขนาดเล็กสีขาวนวลหรือชมพูม่วง

ผลผักแพ ผลมีขนาดเล็กมาก

ผักแพว
ลำต้นทรงกลม เป็นข้อปล้องคล้ายต้นไผ่

การขยายพันธุ์ของผักแพว

ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำลำต้น , การขยายเหง้า , การใช้เมล็ด

ธาตุอาหารหลักที่ผักแพวต้องการ

ประโยชน์ของผักแพว

  • รสเผ็ดของผักแพวช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมันในเลือด เหมาะเป็นผักสมุนไพรลดความอ้วนได้โดยไม่ขาดสารอาหาร เพราะอุดมไปด้วยเส้นใยและวิตามิน แต่ต้องรับประทานในปริมาณที่มากพอหรือวันละไม่น้อยกว่า 3 ขีด
  • ผักแพวมีวิตามินเอสูง จึงช่วยบำรุงและรักษาสายตาได้เป็นอย่างดี โดยมีวิตามินเอสูงถึง 8,112 หน่วยสากล ในขณะที่อีกข้อมูลระบุว่ามีมากถึง 13,750 มิลลิกรัม
  • ผักแพวเป็นผักที่ติดอันดับ 8 ของผักที่มีวิตามินซีสูงสุด โดยมีวิตามินซี 115 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนัก 100 กรัม
  • ผักแพวมีแคลเซียมสูงถึง 390 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม จึงช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรงได้เป็นอย่างดี
  • ผักแพวมีธาตุเหล็กสูงสุดติด 1 ใน 5 อันดับของผักที่มีธาตุเหล็กสูง
  • ยอดอ่อนและใบอ่อนใช้ประกอบอาหาร ใช้รับประทานเป็นผักสด หรือใช้แกล้มกับอาหารที่มีรสจัด ใช้เป็นเครื่องเคียงของอาหารอีสาน อาหารเหนือ อาหารเวียดนาม หรือนำมาหั่นเป็นฝอย ใช้คลุกเป็นเครื่องปรุงสดประกอบอาหารประเภทลาบ ลู่ ตำซั่ว ก้อยกุ้งสด ข้าวยำ แกงส้ม เป็นต้น
  • ใบผักแพวนำมาใช้แกงประเภทปลา เพื่อช่วยดับกลิ่นของเนื้อสัตว์หรือกลิ่นคาวปลาได้
ยอดผักแพว
ลำต้นมีสีเขียวแกมสีน้ำตาลแดง ใบมีกลิ่นฉุนเฉพาะตัว

สรรพคุณทางยาของผักแพว

  • ผักแพวอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิดที่ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคให้กับร่างกาย และช่วยในการชะลอวัย (ใบ)
  • ช่วยป้องกันและต่อต้านมะเร็ง (ใบ)
  • ช่วยป้องกันโรคหัวใจ (ใบ)
  • ใบใช้รับประทานช่วยทำให้เจริญอาหาร (ใบ)
  • ช่วยบำรุงประสาท (ราก)
  • รสเผ็ดของผักแพวช่วยทำให้เลือดลมในร่างกายเดินสะดวกมากขึ้น (ใบ)
  • ช่วยรักษาโรคหวัด (ใบ)
  • ช่วยขับเหงื่อ (ดอก)
  • ช่วยรักษาโรคปอด (ดอก)
  • ช่วยรักษาหอบหืด (ราก)
  • ช่วยแก้อาการไอ (ราก)
  • ช่วยในการขับถ่าย ป้องกันและแก้อาการท้องผูก และช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ เพราะเป็นผักที่มีไฟเบอร์สูงถึง 9.7 กรัม ซึ่ง
  • จัดอยู่ในผักที่มีเส้นใยอาหารมากที่สุด 10 อันดับของผักพื้นบ้านไทย (ใบ)
ดอกผักแพว
ดอกมีขนาดเล็กมีจำนวนมาก ดอกบานมีสีขาวอมม่วง
  • ผักแพวมีรสเผ็ดร้อน จึงช่วยแก้ลม ขับลมในกระเพาะอาหาร แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ (ใบ, ยอดผักแพว)
  • ใช้เป็นยาขับลมขึ้นเบื้องบน ช่วยให้เรอระบายลมออกมาเวลาท้องขึ้น ท้องเฟ้อ (ใบ, ดอก, ต้นราก)
  • รากผักแพวช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหาร (ราก)
  • แก้กระเพาะอาหารพิการหรือกระเพาะอักเสบ (ใบ, ดอก, ต้นราก)ช่วยแก้ท้องเสีย อุจจาระพิการ (ใบ, ดอก, ต้นราก)
  • ช่วยแก้อาการเจ็บท้อง (ใบ, ดอก, ต้นราก)
  • ช่วยแก้อาการท้องรุ้งพุงมาน (ใบ, ดอก, ต้นราก)
  • ใบผักแพวช่วยรักษาโรคพยาธิตัวจี๊ด แต่ต้องรับประทานติดต่อกัน 5-8 วันลำต้นผักแพวใช้เป็นยาขับปัสสาวะ (ต้น)
  • ราก ต้น ใบ และดอก นำมาปรุงเป็นยาได้ ใช้รักษาริดสีดวงทวาร (ใบ, ดอก, ต้น, ราก)
  • ช่วยรักษาโรคตับแข็ง (ใบ)
  • ช่วยลดอาการอักเสบ (ใบ)
  • ใบผักแพวใช้แก้ตุ่มคัน ผดผื่นคันจากเชื้อรา เป็นกลากเกลื้อน ด้วยการใช้ใบหรือทั้งต้นนำมาคั้นหรือตำผสมกับเหล้าขาว แล้วใช้
  • เป็นยาทา (ใบ, ทั้งต้น)
  • ช่วยแก้อาการปวดเมื่อยตามร่างกาย (ราก)
  • ช่วยรักษาอาการปวดข้อ ปวดกระดูก (ราก)
  • ช่วยแก้เส้นประสาทพิการ แก้เหน็บชาตามปลายนิ้วมือ ปลายเท้า และอาการมือสั่น (ใบ, ดอก, ต้นราก)
  • ใช้ปรุงเป็นยาบำรุงเลือดลมของสตรี (ใบ, ดอก, ต้นราก)

ข้อควรรู้ ! : ผักแพวหลัก ๆ แล้วจะมีอยู่สองชนิดที่ต่างกันแค่สีต้น คือ ผักแพวแดงและผักแพวขาว เป็นสมุนไพรคู่แฝดที่นำมาประกอบเป็นจุลพิกัดหรือใช้คู่กันเป็นยาสมุนไพรจะมีฤทธิ์ยาแรงขึ้น และมีประสิทธิภาพในการรักษามากขึ้นด้วย

คุณค่าทางโภชนาการของผักแพว

คุณค่าทางโภชนาการของผักแพว ต่อ 100 กรัม
พลังงาน 54 กิโลแคลอรี
คาร์โบไฮเดรต 7.7 กรัม
เส้นใยอาหาร 1.9 กรัม
ไขมัน 0.5 กรัม
โปรตีน 4.7 กรัม
น้ำ 83.4%
วิตามินเอ 8,112 หน่วยสากล
วิตามินบี 1 0.05 มิลลิกรัม
วิตามินบี 2 0.59 มิลลิกรัม
วิตามินบี 3 1.7 มิลลิกรัม
วิตามินซี 77 มิลลิกรัม
ธาตุแคลเซียม 79 มิลลิกรัม
ธาตุเหล็ก 2.9 มิลลิกรัม
ธาตุฟอสฟอรัส 272 มิลลิกรัม

การแปรรูปของผักแพว

แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ : https://region4.prd.go.th/ewt_news.php?nid=86853&nid=86853
https://www.flickr.com

One Comment

Add a Comment