ยอป่า สลักป่า สลักหลวง

ยอป่า

ชื่ออื่นๆ : สลักป่า สลักหลวง (ภาคเหนือ) คุย (พิษณุโลก)

ต้นกำเนิด :

ชื่อสามัญ : ยอป่า

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Morinda coreia Ham.

ชื่อวงศ์ : RUBIACEAE

ลักษณะของยอป่า

ยอป่าเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูงประมาณ 4-15 เมตร ผลัดใบ ต้นใบกิ่งก้านคล้ายยอบ้าน ผิดแต่ยอป่าใบแคบ ยาวเรียกว่า มีผลกลม ผิวนอกเป็นปุ่มปมไม่ลึกเหมือนยอบ้าน ทั้งมีขนาดเล็กกว่า กลิ่นฉุนน้อยกว่า เนื้อเยื่อข้างในขาวและมีน้ำมาก พบขึ้นอยู่ตามเบญจพรรณทั่วๆ ไป ดอกมักออกระหว่างเดือนเมษายน ไปจนถึงเดือนกรกฎาคม และเป็นผลระหว่างเดือนพฤษภาคมไปจนถึงเดือนสิงหาคม

ยอป่า
ใบรูปไข่กลับ รูปไข่
ดอกและใบยอป่า
ใบสีเขียวปลายแหลม ดอกออกที่ปลายช่อ

การขยายพันธุ์ของยอป่า

ใช้เมล็ด/ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด ใช้เมล็ด หรือปักชำกล้า

ธาตุอาหารหลักที่ยอป่าต้องการ

ประโยชน์ของยอป่า

แก่น รสขมร้อน ขับเลือด ขับน้ำคาวปลาให้แห้ง ป้องกันสันนิบาตหน้าเพลิงขับ และฟอกโลหิตระดู แก้จุกเสียดแน่นเฟ้อ ขับผายลม ขับน้ำคาวปลาให้แห้ง ขับฟอกโลหิตระดู แก้จุกเสียด
เปลือกราก เนื้อไม้ และใบ ของยอป่าใช้ทำเป็นสีย้อมผ้าให้เป็นสีแดง

ดอกยอป่า
ดอกสีขาว เกษรสีเหลือง ออกเป็นช่อ

สรรพคุณทางยาของยอป่า

ราก: มีสรรพคุณเป็นยาแก้เบาหวาน
แก่น: มีรสขมร้อน นำมาต้มหรือดองกับเหล้าดื่มเป็นยาบำรุงโลหิต
เปลือกและเนื้อไม้: มีสรรพคุณเป็นยาแก้ไข้
ใบ: มีสรรพคุณแก้จุกเสียด ใบสดใช้ตำพอกศีรษะเป็นยาฆ่าเหา
ผลอ่อน: มีสรรพคุณแก้คลื่นไส้อาเจียน ผลสุกมีสรรพคุณช่วยขับลมในลำไส้

คุณค่าทางโภชนาการของยอป่า

การแปรรูปของยอป่า

แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ : http://www.bedo.or.th/lcdb/biodiversity/view.aspx?id=9570&SystemType=BEDO

ยอป่า

One Comment

Add a Comment