รักทะเล ปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับทั่วไป-มีสรรพคุณสมุนไพร

รักทะเล

ชื่ออื่นๆ : บงบ๊ง (มาเลย์-ภูเก็ต); บ่งบง (ภาคใต้); รักทะเล (ชุมพร); โหรา (ตราด)

ต้นกำเนิด : พบขึ้นทั่วไปตามชายหาด หาดหิน โขดหิน ชายฝั่งทะเลทั้งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน ตามบริเวณริมฝั่งแม่น้ำลำคลอง หรือตามแนวหลังป่าชายเลน

ชื่อสามัญ : –

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Scaevola taccada

ชื่อวงศ์ : Goodeniaceae

ลักษณะของรักทะเล

ต้น : ไม้พุ่ม อาจสูงได้ถึง 7 ม. แตกกิ่งหนาแน่น

ใบ : มีขนสีขาวคล้ายไหมเป็นกระจุกตามซอกใบ ใบเรียงเวียนชิดกันตอนปลายกิ่ง รูปใบพายแกมรูปไข่กลับ ยาว 12–23 ซม. ปลายกลม โคนสอบเรียวจรดลำต้น ขอบเรียบ จักฟันเลื่อยห่างๆ หรือจักมนช่วงปลายกลีบ แผ่นใบเกลี้ยงหรือมีขนกำมะหยี่ ช่อดอกแบบช่อกระจุก ยาว 2–4 ซม. ก้านช่อยาว 0.5–1 ซม. ใบประดับรูปสามเหลี่ยมขนาดเล็ก หลอดกลีบเลี้ยงเรียวแคบ ยาว 2–5 มม. ติดทน

ดอก : ดอกสีขาวมีสีม่วงอ่อนแซม โคนหลอดกลีบมีขนหนาแน่น ดอกสมมาตรด้านข้าง แยกจรดโคนด้านเดียว กลีบรูปใบพาย ยาว 1–2 ซม. ขอบบางเป็นคลื่น เกสรเพศผู้ 5 อัน ก้านชูอับเรณูสั้น รูปเส้นด้าย บิดงอรอบก้านเกสรเพศเมีย ก้านเกสรเพศเมียโค้งงอ โคนและปลายมีขนสั้นนุ่ม รังไข่ใต้วงกลีบ

ผล : ผลสด เส้นผ่านศูนย์กลาง 1–1.5 ซม. สุกสีขาวครีม มี 1–2 เมล็ด

รักทะเล
รักทะเล ไม้พุ่ม แตกกิ่งหนาแน่น

การขยายพันธุ์ของรักทะเล

การเพาะเมล็ด, การปักชำกิ่ง

ธาตุอาหารหลักที่รักทะเลต้องการ

ประโยชน์ของรักทะเล

  • ปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับทั่วไป
  • มีสรรพคุณด้านสมุนไพรหลายอย่าง มีฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัส เชื้อรา และแบคทีเรีย

สรรพคุณทางยาของรักทะเล

  • ราก  ใช้แก้พิษอาหารทะเล
  • ราก ใช้เป็นยาแก้เหน็บชา
  • ผล มีสรรพคุณช่วยทำให้ประจำเดือนของสตรีมาเป็นปกติ
  • ใบ  ตำพอกแก้ปวดบวม ใช้เป็นยาสูบได้
ดอกรักทะเล
ดอกรักทะเล ดอกสีขาวมีสีม่วงอ่อนแซม โคนหลอดกลีบมีขนหนาแน่น

คุณค่าทางโภชนาการของรักทะเล

การแปรรูปของรักทะเล

แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ : http://www.bedo.or.th/lcdb/biodiversity/view.aspx?id=9878&SystemType=BEDO
https://www.flickr.com

Add a Comment