ว่านไฟ ปูลอย ปูเลย (ภาคเหนือ)ไพล (ภาคกลาง) มิ้นสะล่าง(ฉาน-แม่ฮ่องสอน)

ว่านไฟ ปูลอย ปูเลย (ภาคเหนือ)ไพล (ภาคกลาง) มิ้นสะล่าง(ฉาน-แม่ฮ่องสอน)

ชื่ออื่นๆ : ไพล

ต้นกำเนิด :

ชื่อสามัญ : Zingiber cassumunar Roxb.

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Zingiber montanum (Koenig.) Link ex Dietr.

ชื่อวงศ์ : Zingiberaceae

ลักษณะของว่านไฟ ปูลอย ปูเลย (ภาคเหนือ)ไพล (ภาคกลาง) มิ้นสะล่าง(ฉาน-แม่ฮ่องสอน)

ไม้ล้มลุกสูง 0.7-1.5 เมตร มีเหง้าใต้ดิน เปลือกสีน้ำตาลแกมเหลือง เนื้อในสีเหลืองถึงเหลืองแกมเขียว แทงหน่อหรือลำต้นเทียมขึ้นเป็นกอ ซึ่งประกอบด้วยกาบหรือโคนใบหุ้มซ้อนกัน ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนานแกมใบหอก กว้าง 3.5-5.5 เซนติเมตร ยาว 18-35 เซนติเมตร ดอกช่อ แทงจากเหง้าใต้ดิน กลีบดอกสีนวล ใบประดับสีม่วง ผลเป็นผลแห้งรูปกลม

ไพล
เปลือกนอกสีน้ำตาลแกมเหลือง เนื้อในสีเหลือง

การขยายพันธุ์ของว่านไฟ ปูลอย ปูเลย (ภาคเหนือ)ไพล (ภาคกลาง) มิ้นสะล่าง(ฉาน-แม่ฮ่องสอน)

ใช้หัว/เหง้า/หน่อ/ขยายพันธุ์โดยการแยกหน่อหรือกอ ทำได้โดยก่อนแยกหน่อ จะต้องเลือกหน่อที่แข็งแรง มีใบ 2-3 ใบ ใช้น้ำรดให้ทั่วเพื่อให้ดินนุ่ม ขุดแยกออกมาอย่างระมัดระวัง อย่าให้หน่อช้ำ เมื่อตัดออกมาแล้ว เอาดินกลบโคนต้นแม่ให้เรียบร้อย นำหน่อที่แยกตัดรากที่ช้ำ หรือใบที่มากเกินไปออกบ้าง แล้วนำไปปลูกลงในกระถางหรือดินที่เตรียมไว้ กดดินให้แน่น เสร็จแล้วรดน้ำให้ชุ่ม เก็บไว้ในที่ร่ม ถ้าปลูกลงแปลงก็บังร่มเงาให้จนกว่าต้นจะแข็งแรง ดูแลอย่าให้น้ำขัง
2.2 การปักชำ พืชสมุนไพร เช่น หญ้าหนวดแมว ขลู่ ดีปลี ปักชำได้ง่าย โดยใช้ลำต้นหรือกิ่ง โดยเลือกกิ่งที่สมบูรณ์ ไม่อ่อนหรือไม่แก่จนเกินไป ใช้มีดหรือกรรไกรที่คม ตัดเฉียงโดยให้กิ่งชำมีตาติดอยู่สัก 3-4 ตา ตัดแล้วริดใบออก ให้เหลือใบแต่น้อย ใช้ปูนแดงทาที่รอยตัดกันเชื้อรา นำไปปักลงบนกระบะที่บรรจุถ่านแกลบดำ หรือดินร่วนปนทราย ผสมแบบเดียวกับการเพาะเมล็ด การปัก ให้ปักตรงๆ ลงไปในดิน ไม้ใหญ่ปักห่างกันหน่อย ไม้เล็กปักถี่หน่อย กลบดินให้แน่น ไม่ให้โยกคลอน การรดน้ำให้สม่ำเสมอ และอย่าให้แฉะ และอย่ารดน้ำแรง จะทำให้กิ่งโยกคลอน เมื่อรากแตกและมีใบเจริญขึ้น ก็ย้ายไปปลูกในที่ที่เตรียมดินไว้

ธาตุอาหารหลักที่ว่านไฟ ปูลอย ปูเลย (ภาคเหนือ)ไพล (ภาคกลาง) มิ้นสะล่าง(ฉาน-แม่ฮ่องสอน)ต้องการ

ประโยชน์ของว่านไฟ ปูลอย ปูเลย (ภาคเหนือ)ไพล (ภาคกลาง) มิ้นสะล่าง(ฉาน-แม่ฮ่องสอน)

ส่วนที่ใช้ : เหง้าแก่สด ต้น ใบ ดอก
สรรพคุณ :

เหง้า
– เป็นยาแก้ท้องขึ้น ท้องอืดเฟ้อ ขับลม
– แก้บิด ท้องเดิน ขับประจำเดือนสตรี ทาแก้ฟกบวม แก้ผื่นคัน
– เป็นยารักษาหืด
– เป็นยากันเล็บถอด
– ใช้ต้มน้ำอาบหลังคลอด

น้ำคั้นจากเหง้า – รักษาอาการเคล็ดขัดยอก ฟกบวม แพลงช้ำเมื่อย

หัว – ช่วยขับระดู ประจำเดือนสตรี เลือดร้าย แก้มุตกิตระดูขาว แก้อาเจียน แก้ปวดฟัน

ดอก – ขับโลหิตกระจายเลือดเสีย

ต้น – แก้ธาตุพิการ แก้อุจาระพิการ

ใบ – แก้ไข้ ปวดเมื่อย แก้ครั่นเนื้อครั่นตัว แก้เมื่อย

วิธีและปริมาณที่ใช้

แก้ท้องขึ้น ท้องอืดท้องเฟ้อ ขับลม
ใช้เหง้าแห้งบดเป็นผง รับประทานครั้งละ ½ ถึง 1 ช้อนชา ชงน้ำร้อน ผสมเกลือเล็กน้อย ดื่ม

รักษาอาการเคล็ดขัดยอก ฟกช้ำบวม ข้อเท้าแพลง
ใช้หัวไพลฝนทาแก้ฟกบวม เคล็ด ขัด ยอก
ใช้เหง้าไพล ประมาณ 1 เหง้า ตำแล้วคั้นเอาน้ำทาถูนวดบริเวณที่มีอาการ หรือตำให้ละเอียด ผสมเกลือเล็กน้อยคลุกเคล้า แล้วนำมาห่อเป็นลูกประคบ อังไอน้ำให้ความร้อน ประคบบริเวณปวดเมื่อยและบวมฟกช้ำ เช้า-เย็น จนกว่าจะหาย หรือทำเป็นน้ำมันไพลไว้ใช้ก็ได้ โดยเอาไพล หนัก 2 กิโลกรัม ทอดในน้ำมันพืชร้อนๆ 1 กิโลกรัม ทอดจนเหลืองแล้วเอาไพลออก ใส่กานพลูผงประมาณ 4 ช้อนชา ทอดต่อไปด้วยไฟอ่อนๆ ประมาณ 10 นาที กรองแล้วรอจนน้ำมันอุ่นๆ ใส่การบูรลงไป 4 ช้อนชา ใส่ภาชนะปิดฝามิดชิด รอจนเย็น จึงเขย่าการบูรให้ละลาย น้ำมันไพลนี้ใช้ทาถูนวดวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น หรือเวลาปวด (สูตรนี้เป็นของ นายวิบูลย์ เข็มเฉลิม อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา)

แก้บิด ท้องเสีย
ใช้เหง้าไพลสด 4-5 แว่น ตำให้ละเอียด คั้นเอาแต่น้ำเติมเกลือครึ่งช้อนชา ใช้รับประทาน หรือฝนกับน้ำปูนใส รับประทาน

ต้นไพล
ใบรูปขอบขนานแกมใบหอก

สรรพคุณทางยาของว่านไฟ ปูลอย ปูเลย (ภาคเหนือ)ไพล (ภาคกลาง) มิ้นสะล่าง(ฉาน-แม่ฮ่องสอน)

กลุ่มยาขับเสมหะ แก้ไอ แก้หืด

เป็นยารักษาหืด
ใช้เหง้าไพลแห้ง 5 ส่วน พริกไทย ดีปลี อย่างละ 2 ส่วน กานพลู พิมเสน อย่างละ ½ ส่วน บดผสมรวมกัน ใช้ผงยา 1 ช้อนชา ชงน้ำร้อนรับประทาน หรือปั้นเป็นลูกกลอนด้วยน้ำผึ้ง ขนาดเท่าเม็ดพุทรา รับประทานครั้งละ 2 ลูก ต้องรับประทานติดต่อกันเวลานาน จนกว่าอาการจะดีขึ้น
เป็นยาแก้เล็บถอด
ใช้เหง้าไพลสด 1 แง่ง ขนาดเท่าหัวแม่มือ ตำให้ละเอียดผสมเกลือและการบูร อย่างละประมาณครึ่งช้อนชา แล้วนำมาพอกบริเวณที่เป็นหนอง ควรเปลี่ยนยาวันละครั้ง
ช่วยทำให้ผิวหนังชุ่มชื่น และเป็นยาช่วยสมานแผลด้วย
ใช้เหง้าสด 1 แง่ง ฝานเป็นชิ้นบางๆ ใช้ต้มรวมกับสมุนไพรอื่นๆ เนื่องจากไพลมี่น้ำมันหอมระเหย

คุณค่าทางโภชนาการของว่านไฟ ปูลอย ปูเลย (ภาคเหนือ)ไพล (ภาคกลาง) มิ้นสะล่าง(ฉาน-แม่ฮ่องสอน)

การแปรรูปของว่านไฟ ปูลอย ปูเลย (ภาคเหนือ)ไพล (ภาคกลาง) มิ้นสะล่าง(ฉาน-แม่ฮ่องสอน)

แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ : http://www.bedo.or.th/lcdb/biodiversity/view.aspx?id=11475&SystemType=BEDO
https://www.flickr.com

Add a Comment