สะเดาดิน,ผักขี้ก๋วง เป็นยาแก้ไข้ แก้ร้อนในกระหายน้ำ

สะเดาดิน,ผักขี้ก๋วง

ชื่ออื่นๆ : ผักขี้ขวง (ภาคเหนือ, ภาคตะวันตกเฉียงเหนือ), สะเดาดิน ผักขวง (ภาคกลาง), ขี้ก๋วง

ต้นกำเนิด : –

ชื่อสามัญ : สะเดาดิน

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Glinus oppositifolius (L.) A.DC.

ชื่อวงศ์ : Molluginaceae

ลักษณะของสะเดาดิน,ผักขี้ก๋วง

พืชล้มลุก ลำต้นทอดเลื้อยแตกแขนงแผ่ออกครอบคลุมดินคล้ายพรม ใบมีขนาดเล็กเรียวยาว ออกจากบริเวณข้อของลำต้นข้อละ 4-5 ใบ ขอบใบเรียบ ก้านใบสั้น ดอก ออกรอบๆ ข้อ ข้อละ 4-6 ดอก มีกลีบดอก 5 กลีบ สีขาวอมเขียว ติดผลรูปยาวรี เมื่อผลแก่จะแตกออกเป็นสามแฉก ภายในมีเมล็ดสีน้ำตาลแดงจำนวนมาก

ผักขวง
ผักขวง ใบมีขนาดเล็ก แตกใบออกตามข้อต้น

การขยายพันธุ์ของสะเดาดิน,ผักขี้ก๋วง

ใช้เมล็ด/พบขึ้นบริเวณชื้นแฉะ ในไร่นา และตามสนามหญ้าโดยทั่วไป ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด

ธาตุอาหารหลักที่สะเดาดิน,ผักขี้ก๋วงต้องการ

ประโยชน์ของสะเดาดิน,ผักขี้ก๋วง

ประโยชน์ : เป็นสมุนไพรบำรุงน้ำดี แก้ไข้ แก้ร้อนใน แก้หวัด แก้ไอ ทาแก้ฟกช้ำบวมอักเสบ นอกจากนี้ยังใช้แก้โรคผิวหนัง แก้คัน ใช้หยอดหูแก้ปวดหู

สรรพคุณทางยาของสะเดาดิน,ผักขี้ก๋วง

ทั้งต้นปรุงเป็นยาแก้ไข้ แก้ร้อนในกระหายน้ำ ถ้านำต้นสดมาผสมกับน้ำมันละหุ่งแล้วนำไปอุ่นจะใช้เป็นยาหยอดหูหรือแก้ปวดหูได้ หรือถ้านำต้นสดมาตำผสมกับขิงจะได้เป็นยาสุมกระหม่อมเด็ก แก้อาการปวดศีรษะ แก้หวัด แก้ไอได้

คุณค่าทางโภชนาการของสะเดาดิน,ผักขี้ก๋วง

คุณค่าทางโภชนาการต่อ 100 กรัม (3.5 ออนซ์)
พลังงาน                           142.3512 kJ (34.0228 kcal)
คาร์โบไฮเดรต                  4.4 g
ใยอาหาร                          1.1 g
ไขมัน                                0.4  g
โปรตีน                              3.2  g
วิตามิน
บีตา-แคโรทีน                   2431  มก.
ไทอามีน (บี 1)                  0.03  มก.
ไรโบเฟลวิน (บี 2)            0.45  มก.
ไนอาซีน (บี 3)                  2.7  มก.
วิตามินซี                           19  มก.
แร่ธาตุ
แคลเซียม                         94  มก.
เหล็ก                                1.8  มก.
ฟอสฟอรัส                           4  มก.
องค์ประกอบอื่น
น้ำ                                       90.3 g

การแปรรูปของสะเดาดิน,ผักขี้ก๋วง

นำผักขวงมาทำแกงแบบคนเหนือซึ่งให้รสชาติขมอร่อย โดยใส่มะเขือและปลาแห้ง (กินตอนร้อน ๆ เพราะถ้าหากเย็นแกงจะมีรสขม) หรือนำมาผัด

ผัดผักขวง
ผัดยอดอ่อนผักขวง

แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ : http://www.bedo.or.th/lcdb/biodiversity/view.aspx?id=12172&SystemType=BEDO
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%87
https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=1604&code_db=610010&code_type=01

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *