สีเสียด นำมาปรุงเป็นยา และยังใช้ย้อมผ้าหรือฟอกหนังได้

สีเสียด

ชื่ออื่นๆ : สีเสียด,สีเสียดแก่น,สีเสียดเหลือง

ต้นกำเนิด :

ชื่อสามัญ : สีเสียดไทย Black Catechu, Catechu Tree, Cutch Tree, Acacia Catechu

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Acacia catechu (L.f.) Willd.)

ชื่อวงศ์ : LEGUMINOSAE – MIMOSOIDEAE

ลักษณะของสีเสียด

สีเสียดไทยเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ความสูงประมาณ 10 -15 เมตร เปลือกลำต้นมีสีเทาอมดำ ผิวลำต้นค่อนข้างขรุขระ เปลือกลำต้นด้านในหรือแก่นมีสีน้ำตาลแดง ตามกิ่งก้านมีหนามเล็กๆ โค้งออกในลักษณะเป็นคู่ ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกสองชั้นจัดเรียงสลับกัน มีใบย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก ปลายใบมน หลังใบและท้องใบเรียบ ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบใกล้ๆ ปลายยอด ดอกย่อยมีสีขาวนวลหรือสีเหลืองอ่อน ลักษณะเป็นพู่คล้ายทรงกระบอก ไม่มีกลีบดอกและก้านดอกเกสรเป็นเส้นเล็กๆ สีขาว ผลเป็นฝกั แบนยาวประมาณ 5 -10 เซนติเมตร ผิวฝกั เรียบ ฝัก แก่มีสีน้ำตาล
เข้ม มีเมล็ดขนาดเล็ก รูปร่างแบน สีเขียวอมน้ำตาล

ต้นสีเสียด
ไม้ต้นขนาดเล็กถึงกลาง ตามลำต้นและกิ่งมีหนามแหลมโค้ง

การขยายพันธุ์ของสีเสียด

ใช้เมล็ด/เป็นพืชที่เจริญได้ดีในสภาพดินทุกประเภท ไม่ชอบที่ชื้นแฉะหรือมีน้ำขัง ทนต่อความแห้งแล้งได้ดี

ธาตุอาหารหลักที่สีเสียดต้องการ

ประโยชน์ของสีเสียด

ส่วนของสีเสียดที่นำมาใช้เป็นยาคือเปลือกต้น แก่นเนื้อไม้ เมล็ดในฝัก โดยพบสารสำคัญดังนี้ เปลือกต้นพบสาร Catechol, Gallicacid, Tannin แก่นเนื้อไม้พบสารแทนนินจำพวกคาทีซิน (Catechin) ซึ่งเป็นสารรสฝาด มีอยู่ประมาณร้อยละ 35 ส่วนทั้งต้นพบสารชื่อ Epicatechin ขณะที่ใบพบสาร Catechin, Isoacacatechol, TanninsIsoacacatechol acetate

จากสารสำคัญดังกล่าวทำให้สีเสียดมีสรรพคุณทางยา แต่ก่อนที่จะนำไปใช้นั้นต้องนำเนื้อไม้สีเสียดมาสับให้เป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำไปต้มกับน้ำเคี่ยวไฟอ่อนๆ นำไปกรองแล้วเคี่ยวต่อจนงวด จะได้ยางสีน้ำตาลดำมีลักษณะเหนียว แล้วเทลงในเบ้าหรือแบบพิมพ์ ทิ้งไว้ให้แห้งจะได้ก้อนสีเสียดสีดำเป็นมันและมีรสฝาดมากซึ่งสามารถเก็บไว้ใช้รักษาอาการต่างๆ เช่น ท้องเสียหรือท้องเดินจากการติดเชื้อที่ไม่รุนแรง วิธีการเตรียมยาคือ นำก้อนสีเสียดมาบดให้เป็นผง แล้วใช้ผงต้มกับน้ำนำมาดื่ม หรือนำผง สีเสียดไปผสมกับผงอบเชยในปริมาณที่เท่ากัน (อย่างละ 1 กรัม) ต้มกับน้ำ 240 ซีซี ในเวลา 2 ชั่วโมง แล้วนำไปกรองเอาน้ำดื่มครั้งละ 30 ซีซี วันละ 3 เวลา จนกว่าอาการจะดีขึ้น

นอกจากนี้ ยังใช้รักษาบาดแผลเรื้อรังหรือโรคผิวหนังบางชนิดและโรคน้ำกัดเท้า จากที่สารเทนนิน มีฤทธิ์เป็นยาฝาดสมานทำให้ช่วยสมานแผลและฆ่าเชื้อได้บางตัว ดังนั้นจึงทำให้แผลหายเร็วขึ้น วิธีการเตรียมยาคือ นำก้อนสีเสียดขนาดเท่าหัวแม่มือฝนกับน้ำสะอาดให้ข้นๆ นำไปทาแผลหรือทาเท้าบริเวณที่เป็นโรคโดยทาบ่อยๆ จนกว่าจะดีขึ้น หรือนำผงสีเสียดไปผสมกับน้ำสะอาดทำเป็นน้ำยาล้างแผล แก้โรคหิด โดยใช้เมล็ดในฝักฝนกับน้ำสะอาดแล้วนำไปทาบริเวณที่เป็นหิดทาจนกว่าจะหาย และนอกจากจะนำสีเสียดมาปรุงเป็นยาแล้ว ยังนำไปใช้ประโยชน์ทางอื่นได้อีก เช่น ใช้ย้อมผ้าหรือฟอกหนังสัตว์ หรือใช้ผงผสมกับปูนแดงกินกับหมากพลูป้องกันไม่ให้ปูนแดงกัดปาก

ใบสีเสียด
ใบเรียงสลับ ช่อใบแขนงเรียงตรงข้ามกัน

สรรพคุณทางยาของสีเสียด

สีเสียดไทยเป็นพันธุ์ไม้มงคลพระราชทานประจำจังหวัดกำแพงเพชร มีถิ่นเดิมอยู่ในประเทศอินเดียและพม่า

คุณค่าทางโภชนาการของสีเสียด

การแปรรูปของสีเสียด,สีเสียดแก่น,สีเสียดเหลือง

แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ : http://www.bedo.or.th/lcdb/biodiversity/view.aspx?id=12141&SystemType=BEDO
https://www.flickr.com

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *