หางนกยูงฝรั่ง นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ เมล็ดอ่อนสามารถนำมารับประทานสดได้

หางนกยูงฝรั่ง

ชื่ออื่นๆ : นกยูงฝรั่ง อินทรี (ภาคกลาง) ส้มพอหลวง (ภาคเหนือ) หงอนยูง (ภาคใต้)

ต้นกำเนิด :

ชื่อสามัญ : Flambuoyant tree, Flame of the forest, Peacock flower

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Delonix regia (Bojer Ex Hook.) Rafin

ชื่อวงศ์ : Leguminosae – Caesalpinioideae

ลักษณะของหางนกยูงฝรั่ง

ต้น  ไม้ต้นผลัดใบ สูง 10-18 ม. เปลือกต้นสีเทาเกลี้ยง เรือนยอดแผ่กว้างและกลมคล้ายร่มดินทั่วไป

ใบ ใบเรียงเวียนสลับ ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น ใบย่อยขนาดเล็กและมีจำนวนมาก

ดอก ดอกช่อออกที่ปลายกิ่งหรือกิ่งข้าง กลีบเลี้ยง 5 กลีบ ขนาดไม่เท่ากัน กลีบดอก 5 กลีบ ขนาดไม่เท่ากัน สีแดงอมส้ม สีส้ม สีเหลือง เกสรเพศผู้มี 10 อัน อยู่แยกอิสระ เมื่อดอกบานเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 10 ซม. ออกดอกเดือนเมษายน-มิถุนายน

ผล ผลเป็นฝักใหญ่ แบน แข็ง กว้าง 3-5 ซม. ยาว 30-60 ซม. ฝักเมื่อแก่จะแตก เมล็ดเรียงตามขวาง มี 20-40 เมล็ด

ต้นหางนกยูง
ต้นหางนกยูง ไม้ต้นผลัดใบ ลำต้นสีเทาเกลี้ยง

การขยายพันธุ์ของหางนกยูงฝรั่ง

ใช้เมล็ด

ธาตุอาหารหลักที่หางนกยูงฝรั่งต้องการ

ประโยชน์ของหางนกยูงฝรั่ง

นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ เมล็ดอ่อนสามารถนำมารับประทานสดได้ แต่ถ้าเป็นเมล็ดแก่ต้องนำมาทำให้สุกก่อนจึงจะสามารถรับประทานได้ เนื่องจากเมล็ดแก่มีสารประกอบบางชนิดที่เป็นพิษ และจะถูกทำลายได้โดยความร้อน

ดอกหางนกยูฝรั่ง
ดอกหางนกยูฝรั่ง ดอกสีแดงอมส้ม มีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ

สรรพคุณทางยาของหางนกยูงฝรั่ง

  • ลำต้นนำมาฝนใช้ทาแก้พิษ ถอนพิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย
  • รากใช้เป็นยาขับโลหิตสตรี

คุณค่าทางโภชนาการของหางนกยูงฝรั่ง

การแปรรูปของหางนกยูงฝรั่ง

แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ : http://www.bedo.or.th/lcdb/biodiversity/view.aspx?id=11422&SystemType=BEDO
https://www.flickr.com/

Add a Comment