เทพธาโร เนื้อไม้สีขาว มีกลิ่นหอมฉุนเหมือนกลิ่นการบูร

เทพธาโร

ชื่ออื่นๆ : จวง จวงหอม (ภาคใต้) จะไคต้น จะไคหอม (ภาคเหนือ) พลูต้นขาว (เชียงใหม่) มือแดกะมางิง (มลายู-ปัตตานี) การบูร (หนองคาย)

ต้นกำเนิด :

ชื่อสามัญ :  Citronella laurel, True laurel

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cinnamomum porrectum (Roxb.) Kosterm.

ชื่อวงศ์ : Lauraceae

ลักษณะของเทพธาโร

ไม้ต้นขนาดกลาง สูง 10 – 30 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่ม ทึบ กิ่งอ่อนเกลี้ยงและมักจะมีคราบขาว เปลือกสีเทาอมเขียวหรือสีน้ำตาลคล้ำ แตกเป็นร่องยาวตามลำต้น ใบ เดี่ยว เรียงตรงข้าม ใบมีสีเขียวเข้ม แผ่นใบรูปรีแกมรูปไข่ ยาว 7 – 20 เซนติเมตร ปลายแหลม โคนสอบ  ก้านใบเรียวเล็ก ยาวประมาณ 2.5 – 3.5 เซนติเมตร ดอก สีขาว เหลืองอ่อน ออกเป็นช่อประจุกตามปลายกิ่ง
ผลกลมเล็ก เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.7 เซนติเมตร สีเขียว

ต้นเทพทาโร
ต้นเทพทาโร ไม้ต้น เรือนยอดเป็นพุ่ม ทึบ

การขยายพันธุ์ของเทพธาโร

เพาะเมล็ด

ธาตุอาหารหลักที่เทพธาโรต้องการ

ประโยชน์ของเทพธาโร

เนื้อไม้สีขาว มีกลิ่นหอมฉุนเหมือนกลิ่นการบูร อาจกลั่นเอาน้ำมันระเหยออกมาจากเนื้อไม้นี้ได้ และอาจดัดแปลงทางเคมี
ให้เป็นการบูรได้  ใบมีกลิ่นหอมเป็นเครื่องเทศ ใช้ใบนี้เป็นใบกระวานสำหรับใส่เครื่องแกงมัสหมั่นได้
(ใบกระวานลักษณะเหมือนใบข่า)

ใบเทพทาโร
ใบเทพทาโร ใบมีสีเขียวเข้ม แผ่นใบรูปรีแกมรูปไข่

สรรพคุณทางยาของเทพธาโร

ใบ  รสร้อน ใช้ปรุงเป็นยาหอมแก้ลม จุกเสียดแน่นเฟ้อ แก้อาการปวดท้อง ขับผายลมได้ดี ขับลมในลำไส้และกระเพาะอาหารให้เรอ เป็นยาบำรุงธาตุ ขับเสมหะ

เปลือก   รสร้อน มีน้ำมันระเหย 1-25 % และแทนนิน แก้ลมจุกเสียด แน่นเฟ้อ แก้ปวดท้อง ขับลมในลำไส้และกระเพาะอาหาร บำรุงธาตุ

คุณค่าทางโภชนาการของเทพธาโร

การแปรรูปของเทพธาโร

แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ : http://www.bedo.or.th/lcdb/biodiversity/view.aspx?id=11188&SystemType=BEDO
https://www.flickr.com

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *