โหระพา ใบโหระพาสรรพคุณ ยาแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ชื่อโหระพาภาษาอังกฤษ

โหระพา

โหระพา
โหระพา ใบรี ดอกสีขาวออกที่ปลายลำต้น

ชื่ออื่นๆ : อิ่มคิมขาว, ฉาน (แม่ฮ่องสอน) นางพญาร้อยชู้, โหระพาไทย, โหระพาเทศ, ห่อกวยซวย

ต้นกำเนิด : เอเซียและแอฟริกา

ชื่อสามัญ : Sweet Basil

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pcimum basilicum Linn.

ชื่อวงศ์ : LABIATAE

ลักษณะของโหระพา

ต้นโหระพา
โหระพาใบรีสีเขียว ออกเป็นพุ่ม

เป็นไม้ล้มลุกสูง 0.5 – 1 เมตร ลำต้นเป็นสี่เหลี่ยมมีกิ่งอ่อนสีม่วงแดง ใบเป็นใบเดี่ยวออกตรงข้าม รูปไข่หรือรูปรีกว้าง 3 – 4 เซนติเมตร ยาว 4 – 6 เซนติเมตร ปลายแหลม โคนมน ขอบจักเป็นฟันเลื่อยห่างๆ ดอกสีขาวหรือชมพูอ่อน ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่งยาว 7 – 12 เซนติเมตร ใบประดับสีเขียวอมม่วงจะคงอยู่เมื่อเป็นผล กลีบดอกโคยเชื่อมกัน ปลายแยกเป็น 2 ส่วน มีเกสรตัวผู้ 4 อัน มีผลขนาดเล็ก

ลักษณะพืชล้มลุก อายุหลายปี สูง 0.3-0.9 เมตร ลำต้นกิ่งก้านเป็นเหลี่ยม สีม่วงหรือแดงเข้ม ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปไข่หรือวงรี ขอบใบหยักฟันเลื่อย ดอกสีขาว ออกที่ปลายยอดลำต้น ผลแห้ง มี 4 ผลย่อย เมล็ดเล็กเท่าเมล็ดงา สีน้ำตาลเข้ม โหระพาเป็นพืชพื้นเมืองของอินเดีย แต่แพร่หลายทั้งในเอเชียและตะวันตก ทางตะวันตกนิยมบริโภคใบแห้ง น้ำสลัดใช้โหระพาเป็นส่วนผสมเป็นน้ำสลัดที่คู่กับอาหารอิตาเลียน ในอเมริกาก็นิยมบริโภค โดยโหระพามาจากอียิปต์ ฝรั่งเศส และแคลิฟอเนีย มีกลิ่นแตกต่างกันกับของไทย

การขยายพันธุ์ของโหระพา

ใช้กิ่ง/ลำต้น/- การเตรียมดิน ไถดินให้ลึก 30-40 ซม. ตากดิน 2 อาทิตย์ ย่อยดินให้ละเอียดใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก ให้มีอินทรียวัตถุสูง ดินร่วน มีความชื้นในดินสูง และแสงแดดปานกลาง การปลูกใช้ระยะปลูก ระยะระหว่างต้น 25 ซม. ระหว่างแถว 50 ซม. ให้น้ำสม่ำเสมอ
– ใช้กิ่งปักชำในกระบะทราย หรือแกลบดำชื้นในที่ ประมาณ 1 สัปดาห์ ก็ย้ายปลูกได้ หรือเพาะด้วยเมล็ด อาจใช้วิธีหว่านเมล็ดให้ทั่วแปลง ใช้ฟางกลบ หรือปุ๋ยคอกที่ย่อยสลายดีแล้วโรยทับบางๆ รดน้ำตามทันทีด้วยบัวรดน้ำตาถี่ในกระบะเพาะชำ กล้าเจริญเติบโดสูงประมาณ 10-15 ซม. จึงย้ายปลูก
– การเก็บเกี่ยว ใช้มีดคมๆ ตัดกิ่งที่เจริญเติบโตเต็มที่ อายุเก็บเกี่ยว 50 วัน หลังหยอดเมล็ดสามารถเก็บเกี่ยวได้หลายครั้ง ผลผลิต 4-6 ตัน/

ธาตุอาหารหลักที่โหระพาต้องการ

ประโยชน์ของโหระพา

ใบสด มีน้ำมันหอมระเหย เช่น methyl chavicol และ linalool ฯลฯ ขับลมแก้ท้องอืดเฟ้อ ใช้เป็นอาหาร แต่งกลิ่นอาหาร แต่งกลิ่นสำอางบางชนิด เมล็ดเมื่อแช่น้ำจะพองเป็นเมือก เป็นยาระบาย เนื่องจากไปเพิ่มจำนวนกากอาหาร (bulk laxative)

ใช้เป็นยาได้หลายชนิด เช่น ปรุงร่วมกับน้ำนมราชสีห์ เพื่อกินเพิ่มน้ำนม ตำรวมกับแมงดาตัวผู้ใช้แก้พิษแมลงกัดต่อย

สรรพคุณทางยาของโหระพา

สรรพคุณทางยา
ทั้งต้น ใช้แก้ไข้ แก้พิษฝี หลอดลมอักเสบ แก้พิษ ตานซาง แก้เด็กนอนสะดุ้งผวา ใบ คั้นน้ำแล้วต้มดื่มแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้ลมวิงเวียน ช่วยย่อยอาหาร ขับลมในลำไส้ ขับเสมหะ ตำพอกแก้โรคไขข้ออักเสบ แก้แผลอักเสบ ยอดอ่อน ใช้ตำปิดแผลงูกัด แก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย เมล็ด ใช้แก้ไอ ขับพยาธิ ขับน้ำเหลืองเสีย พอกฝี แช่น้ำกิน เป็นยาระบาย

ใบสด มีน้ำมันหอมระเหย เช่น methyl chavicol และ linalool ฯลฯ ขับลมแก้ท้องอืดเฟ้อ ใช้เป็นอาหาร แต่งกลิ่นอาหาร แต่งกลิ่นสำอางบางชนิด เมล็ดเมื่อแช่น้ำจะพองเป็นเมือก เป็นยาระบาย เนื่องจากไปเพิ่มจำนวนกากอาหาร

คุณค่าทางโภชนาการของโหระพา

คุณค่าอาหาร
โหระพา 100 กรัม ให้พลังงาน 44 กิโลแคลอรี ปะกอบด้วย โปรตีน 3.3 กรัม ไขมัน 1 กรัม คาร์โบไฮเดรต 5.4 กรัม แคลเซียม 165 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 46 มิลลิกรัม เหล็ก 2.84 มิลลิกรัม วิตามินบี1 9.12 มิลลิกรัม วิตามินบี2 9.16 มิลลิกรัม ไนอะซิน 0.8 มิลลิกรัม วิตามินซี 22 มิลลิกรัม เบต้า-แคโรทีน 452.165 ไมโครกรัม เส้นใย 3.90 กรัม

การแปรรูปของโหระพา

นิยมรับประทานร่วมกับอาหารประเภทหลน ลาบ ยำ ส้มตำ  ใส่ในแกงเขียวหวาน แกงเผ็ด ก๋วยเตี๋ยว ใบและยอดอ่อนใช้กินเป็นผักสด เป็นเครื่องแนมอาหารคาวหรืออาหารว่างได้เป็นอย่างดี

ผัดเนื้อใส่โหระพา
ผัดเนื้อใส่ใบโหระพา

แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ : http://www.bedo.or.th/lcdb/biodiversity/view.aspx?id=11071&SystemType=BEDO

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B2

2 Comments

Add a Comment