กระถิน ยอดอ่อน ฝักอ่อน และเมล็ดนำมารับประทานเป็นผัก

กระถิ่น

ชื่ออื่นๆ : กระถิน กระถินไทย กระถินบ้าน (ภาคกลาง), กะเส็ดโคก กะเส็ดบก (ราชบุรี), ตอเบา สะตอเทศ สะตอเบา (ภาคใต้), ผักก้านถิน (เชียงใหม่), ผักหนองบก (ภาคเหนือ)

ต้นกำเนิด :

ชื่อสามัญ : White Popinac, Lead Tree

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Leucaena leucocephala (Lamk.) de Wit

ชื่อวงศ์ : LEGUMINOSAE-MIMOSOIDEAE

ลักษณะของกระถิน

ลักษณะ : ไม้พุ่มถึงไม้ต้นขนาดเล็ก ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงสลับ ดอกช่อแบบช่อกระจุกแน่น ออกตามง่ามใบ 1-3 ช่อ ฝักแบน ปลายแหลม โคนสอบ ฝักแก่แตกตามยาวมีเมล็ด 15-30 เมล็ด สีน้ำตาลเป็นมัน รูปไข่แบนกว้าง

ต้นกระถิน
ใบประกอบแบบขนนกสองชั้นเรียงสลับกัน ยอดอ่อน และฝ้กนำมารับประทาน

การขยายพันธุ์ของกระถิน

ใช้เมล็ด/กระถินทนความแห้งแล้งได้ดี และเติบโตเร็ว ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด

ธาตุอาหารหลักที่กระถินต้องการ

ประโยชน์ของกระถิน

ใบหมักเป็นปุ๋ย ใบ ยอด ฝัก และเมล็ดอ่อนใช้เป็นอาหารของวัว ควาย แพะ แกะ ไก่ ฯลฯ ยอดอ่อนและฝักอ่อนใช้กินเป็นผักได้ เมล็ดนำมาทำเป็นเครื่องประดับหลายชนิด เช่น สายสร้อย เข็มกลัด เข็มขัด ฯลฯ เปลือกให้เส้นใยสั้นใช้ทำกระดาษได้ แต่คุณภาพไม่ดี พันธุ์ที่ปรับปรุงใหม่เรียกว่ากระถินยักษ์ มีลำต้นสูงกว่าพันธุ์เดิม ปลูกเพื่อกันลมและบังแดดให้แก่พืชที่ปลูก เช่น ชา กาแฟ และใช้ทำฟืน

สรรพคุณทางยาของกระถิน

โทษ : สัตว์กระเพาะเดียวที่กินใบกระถินในปริมาณสูงจะทำให้ขนร่วง เป็นหมัน เนื่องจากมีสารพวก leucenine ซึ่งเป็นพิษ แต่ไม่มีรายงานของการเป็นพิษเนื่องจากการกินกระถินเกิดขึ้นในคน มีรายงานว่ากระถินเป็นพืชที่ดูดธาตุซีลีเนียมจากดินมาสะสมไว้ได้มาก จึงทำให้เกิดพิษเนื่องจากธาตุนี้ได้อีก

คุณค่าทางโภชนาการของกระถิน

การแปรรูปของกระถิน

แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ : http://www.bedo.or.th/lcdb/biodiversity/view.aspx?id=11789&SystemType=BEDO
https://www.flickr.com

Add a Comment