การปลูกบัวหิมะให้ผลผลิตที่ดี สามารถปลูกพื้นที่ไหนบ้าง มาดู

การปลูกบัวหิมะ

บัวหิมะ รสชาติคล้ายกับผลสาลี่ ที่มีเปลือกบาง กรอบ รสออกหวาน ฉ่ำน้ำ บัวหิมะยังมีประโยชน์มากมาย นอกจากจะนำมารับประทานสด ให้รสชาติหวานฉ่ำ ชื่นใจ ยังเป็นอาหารที่ช่วยบำรุงสุขภาพ  มีส่วนช่วยป้องกันการเกิดสิวฝ้าบนใบหน้า ช่วยรักษาโรคเบาหวาน ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ไขมัน คอเลสเตอรอล ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง ช่วยป้องกันจากสารพิษจากมลภาวะและสารก่อมะเร็ง ช่วยให้หลอดเลือดอ่อนตัว ช่วยบำรุงหัวใจและเส้นเลือด ช่วยควบคุมของเหลวในเลือด ช่วยแก้อาการร้อนใน ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างเป็นปกติ ช่วยย่อยอาหาร ป้องกันอาการท้องผูกและท้องเสีย ช่วยให้ระบบทางเดินปัสสาวะทำงานได้ดีขึ้น ป้องกันการเกิดผลึกก้อนนิ่ว ช่วยตับขับถ่ายสารพิษในร่างกาย แก้อาการอักเสบ ใบของหัวบัวหิมะมีคุณสมบัติ ในการต่อต้านอนุมูลอิสระ

บัวหิมะ เป็นพืชที่สามารถปลูกได้ทุกพื้นที่ แต่ถ้าดินสมบูรณ์ก็จะทำให้ได้ผลผลิตที่ดี เรามาดูวิธีการปลูกบัวหิมะกันค่ะ

รากบัวหิมะ
บัวหิมะ ลักษณะคล้ายมันเทศ

การตัดแบ่งหน่อบัวหิมะ

วิธีการตัดแบ่งหน่อบัวหิมะ สำรวจตาของบัวหิมะ และวางแนวตัดเพื่อไม่ให้ตาเสียหาย โดยตัดบริเวณส่วนที่เป็นรอยเว้า ซึ่งเป็นบริเวณที่มีตาน้อย ทำให้ตัดได้ง่ายขึ้น โดย 1 หน่อ จะตัดได้กี่ส่วนนั้น ขึ้นอยู่กับจำนวนและความสมบูรณ์ของตาหน่อด้วยค่ะ

เหง้าพันธุ์บัวหิมะ
เหง้าพันธุ์บัวหิมะ จะมีขนาดค่อนข้างใหญ่
พันธุ์บัวหิมะ
พันธุ์บัวหิมะ ในหนึ่งเหง้าสามารถแยกได้หลายๆหน่อ
หน่อพันธุ์ที่แยกแล้ว
หน่อพันธุ์ที่แยกแล้ว ตัดแบ่งหน่อบัวหิมะ ตามตาที่เป็นรอยเว้า

การเตรียมดินปลูก

วัสดุปลูกที่ดี จะทำให้บัวหิมะเจริญเติบโต และให้ผลผลิตที่ดีมีสูตรผสมดินปลูก ดังนี้

  1. ดินร่วน 1 ส่วน
  2. ขุยมะพร้าว 1 ส่วน
  3. ปุ๋ยคอก 1 ส่วน
  4. แกลบดิบ 1 ส่วน (ใช้แกลบดิบเก่า)

นำมาผสมคลุกเคล้ากันให้ทั่ว

วิธีการปลูก

  1. พรวนดิน และ ตากดินก่อนปลูก ประมาณ 1 สัปดาห์
  2. เพาะหน่อในกระถาง หรือ ปลูกลงแปลง โดยใช้ฟางคลุมหน้าดิน
  3. รดน้ำให้ชุ่ม เช้า-บ่าย
  4. กรณีเพาะหน่อในกระถาง เมื่อหน่อเริ่มแตกใบได้ 4-5 ใบ ประมาณ 30-45 วัน จึงย้ายมาปลูกใน กระถางใหญ่ หรือ แปลงที่เตรียมไว้ใช้ฟางคลุมหน้าดิน สามารถใส่ปุ๋ยคอก เพื่อต้นเจริญเติบโต
  5. ปลูก ประมาณ 5 เดือน จะเริ่มให้หัว ลดการใส่ปุ๋ย หรือปุ๋ยคอก
  6. ประมาณ เดือนที่ 7-8 เริ่มเก็บหัวได้ (สังเกตุจากดอกที่เหี่ยว)
เพาะหน่อในถุงเพาะชำ
นำหน่อมาเพาะในถุงเพาะชำ
เพาะหน่อในแก้วน้ำ
นำหน่อมาเพาะในแก้วน้ำพลาสติก
หน่อบัวหิมะที่เพาะเสร็จแล้ว
หน่อพันธุ์บัวหิมะที่ทำการเพาะเสร็จแล้ว
รดน้ำกล้าพันธุ์ให้ชุ่ม
ทำการรดน้ำกล้าพันธุ์ให้ชุ่ม เวลา เช้า-เย็น
ต้นพันธุ์บัวหิมะ
หน่อบัวหิมะที่ทำการเพาะ ได้ 4 วัน ก็เริ่มงอกแล้ว
บัวหิมะเริ่มงอก
หน่อบัวหิมะเริ่มทยอยงอก แตกต้นอ่อน
บัวหิมะ
ต้นอ่อนบัวหิมะ ต้นและใบจะมีขนอ่อนปกคลุม

โรคและแมลง

บัวหิมะ เป็นพืชที่มีโรคแมลงน้อย หรือไม่มีเลย หากมีหนอนหรือแมลงเข้ามาทำลายดอกหรือใบ สามารถใช้สารสกัด สะเดา เพื่อกำจัดได้ และให้ตากดินก่อนจะทำการปลูกบัวหิมะ เพื่อป้องกันแมลงในดิน หากพบมีแมลงในดิน แนะนำให้ปลูกพืชหมุนเวียนเพื่อตัดวงจรของแมลง

ต้นบัวหิมะ
ต้นบัวหิมะ ต้นเป็นป้อง ใบสีเขียว

ฤดูปลูกและการเก็บเกี่ยว

บัวหิมะเป็นพืชที่มีน้ำสะสมมาก หากโดนฝนอาจทำให้หัวเน่าได้ แนะนำให้เก็บหัวในช่วงนอกฤดูฝน หรือปลูกฤดูฝน แล้วเก็บเกี่ยวในช่วงฤดูหนาว หรือ ปลูกปลายฝน เก็บเกี่ยวก่อนเข้าฤดูฝน

การแปรรูป

บัวหิมะ ไปปรุงสุกต้มกับกระดูกหมูหรือนำไปตุ๋นช่วยย่อยอาหารและระบายท้องได้ดี และยังมีการนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น เครื่องดื่ม ชา อาหารกระป๋อง เป็นต้น

บัวหิมะ
บัวหิมะ ผลด้านในสีเหลืองอ่อน เปลือกผลบาง

แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ : www.reportnews.doae.go.th
ภาพประกอบ : www.flickr.com

5 Comments

Add a Comment