ทับทิม ผลไม้รสหวานอมเปรี้ยว เมล็ดมีเนื้อหุ้มที่ฉ่ำด้วยน้ำหวาน

ทับทิม

ชื่ออื่นๆ : พิลา พิลาขาว มะก่องแก้ว มะเก๊าะ

ต้นกำเนิด :

ชื่อสามัญ : –

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Punica granatum Linn.

ชื่อวงศ์ : Punicaceae

ลักษณะของทับทิม

ไม้พุ่ม แตกกิ่งก้าน โคนต้นมีกิ่งที่เปลี่ยนไปเป็นหนามยาวแข็งใบเดี่ยว แผ่นใบแคบ ขอบในเป็นรูปขอบขนาน ยอดอ่อนเป็นสีแดง ใบออกเป็นคู่ ตรงข้ามกัน หรือใบออกสลับกัน หรือออกเป็นกระจุก 2-3 ใบมีดอกเป็น ดอกเดี่ยว กลีบเลี้ยงหนาสีแดง ผลเมื่อแก่จัดจะมีเปลือกแดงปนชมพูปนน้ำตาลเหลือง ถ้ากลีบดอกสีเหลืองอ่อน ผล แก่จัดสีเหลืองปนน้ำตาล ผลกลมโตแล้วแต่พันธุ์เปลือกนอกของผลหนาค่อนข้างเหนียว เปลือกด้านในสีเหลือง ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก อัดกันแน่นเต็มเปลือก แต่ละเมล็ดมีเนื้อสีชมพู หรือสีแดงลักษณะใส มีรสหวาน หรือหวานอมเปรี้ยว

ต้นทับทิม
ลำต้นเป็นสีเทา ใบยาวรี โคนใบมน

การขยายพันธุ์ของทับทิม

ใช้เมล็ด/;ใช้เมล็ดปลูกปลูกหรือใช้การตอนกิ่งก็ได้ แต่นิยมเพาะเมล็ดมากกว่า ปลูกได้ในดินทั่วไป แต่ชอบดินเหนียวปนหินและชอบอยู่ใกล้แล่งน้ำ ต้องการแสงแดดมากและเหมาะที่ จะปลูกในต้นฤดูฝน วิธีการปลูกให้ปลูกต้นกล้าก่อนแล้วย้ายเอาไปลงหลุมเมื่อเป็นต้นอ่อนรดน้ำพรวนดิน และบำบุงด้วยปุ๋ยอินทรีย์

ธาตุอาหารหลักที่ทับทิมต้องการ

ประโยชน์ของทับทิม

สาเหตุที่ทับทิมมีความเกี่ยวพันอย่างลึกซึ้งในประเพณี พิธีกรรม มีเรื่องเล่าว่า เพราะเป็นพันธุ์ไม้ที่ถูกนำมาเผยแพร่ในเมืองจีน พร้อมกับพระพุทธศาสนา ซึ่งประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่า เมื่อครั้งที่สมณะจีนเหี้ยนจัง ผู้ได้รับฉายาใหม่ ในภายหลังว่าได้ไปอาราธนาพระไตรปิฎกที่อินเดีย ท่านได้นำพันธ์ไม้ต่างๆ มาด้วย และหนึ่งในนั้นก็คือทับทิม ด้วยความที่ทับทิมมีเมล็ดมากจึงสื่อความหมายถึงการให้มีลูกชายมากๆ

ผลทับทิม
ผลกลม ผิวเปลือกนอกหนาเกลี้ยง เมื่อสุกผิวจะมีสีเหลืองปนแดง

สรรพคุณทางยาของทับทิม

ส่วนที่ใช้เป็นยาเปลือกผลแห้ง ช่วงระยะเก็บเป็นยาเก็บในช่วงที่ผลแก่ ใช้เปลือกผลตากให้แห้ง โดยมีรสฝาด เป็นยาฝาดสมานเปลือกผลที่มีรสฝาด เนื่องมาจากมีสารแทนนินประมาณ 22-25% มีกรด gallotannic สารสีเขียวอมเหลือง เป็นต้นเปลือกผลมีฤทธิ์ฝาดสมาน เพราะมีสารแทนนินและมีกรด gallotannic จึงรักษาอาการท้องเดินได้ดี กองวิจัยการแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ วิเคราะห์แล้วพบว่าไม่มีพิษเฉียบพลัน แต่ถ้าให้ในปริมาณที่สูงอาจจะเป็นพิษได้

วิธีใช้
เปลือกทับทิมใช้เป็นยาแก้ท้องเดินและโรคบิด มีวิธีการใช้ดังต่อไปนี้ คืออาการท้องเดิน ใช้เปลือกผลแห้งประมาณ 1 ใน 4 ของผล ฝนกับน้ำฝนหรือน้ำปูนใสข้นๆ รับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนแกงหรือต้มกับน้ำปูนใสแล้วดื่มน้ำที่ดื่มก็ได้อาการบิด โรคนี้จะมีอากาปวดเบ่งและมีมูกออกมาด้วย หรืออาจจะมีเลือดออกมาปนกับมูก ให้ใช้เปลือกผลแห้งของทับทิมครั้งละ 1 กำมือ (3-5 กรัม) ต้มกับน้ำดื่มดื่มวันละ 2 ครั้ง อาจใช้กานพลูหรืออบเชยแต่งกลิ่นให้น้ำดื่มก็ได้ คุณค่าทางอาหารทับทิมใช้รับประทานเป็นผลไม้มีรสหวานหรือเปรี้ยวอมหวานมี วิตามิน ซี รวมทั้งเกลือแร่อื่นๆอีกช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟันได้ดี

คุณค่าทางโภชนาการของทับทิม

การแปรรูปของทับทิม

แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ : http://www.bedo.or.th/lcdb/biodiversity/view.aspx?id=11209&SystemType=BEDO
https://www.qsbg.org/Database/BOTANIC_Book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2257#lg=1&slide=0
https://www.flickr.com

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *