เหงือกปลาหมอดอกม่วง

เหงือกปลาหมอดอกม่วง

ชื่ออื่นๆ : แก้มหมอ, แก้มหมอเล (กระบี่); นางเกร็ง, จะเกร็ง, อีเกร็ง (กลาง); เหงือกปลาหมอ, เหงือกปลาหมอน้ำเงิน (ทั่วไป)

ต้นกำเนิด :

ชื่อสามัญ : Sea Holly

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Acanthus ilicifolius Linn.

ชื่อวงศ์ : ACANTHACEAE

ลักษณะของเหงือกปลาหมอดอกม่วง

ไม้พุ่มลำต้นเลื้อย สูง 0.5 – 1.0 เมตร พบตามป่าชายเลน และบริเวณน้ำกร่อย ชนิดดอกขาวพบในภาคกลาง และภาคตะวันออก ส่วนชนิดดอกม่วงพบทางภาคใต้ ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไป ลำต้นกลมเรียบ แข็ง สีเขียวแกมเทา มักมีหนามตามข้อๆ ละหนาม
ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปไข่ รูปวงรีหรือรูปขอบขนาน กว้าง 3 – 7 ซม. ยาว 6 – 20 ซม. ขอบใบเว้าหยักซี่ฟันห่างๆ ปลายซี่เป็นหนาม ผิวใบเรียบเป็นมัน เนื้อใบเหนียวแข็ง
ดอกช่อ ออกที่ปลายกิ่ง ชนิดดอกขาวมีกลีบดอกสีขาว จุดประสีแดงหรือม่วงแดง ชนิดดอกม่วงมีกลีบดอกสีม่วงอมฟ้า มีแถบสีเหลืองอ่อนกลางกลีบ
ผลเป็นฝัก รูปไข่หรือทรงกระบอก

เหงือกปลาหมอดอกม่วง
เหงือกปลาหมอดอกม่วง ลำต้นเป็นโพรงตั้งตรง ดอกออกที่ปลายกิ่ง

การขยายพันธุ์ของเหงือกปลาหมอดอกม่วง

ใช้เมล็ด/-

ธาตุอาหารหลักที่เหงือกปลาหมอดอกม่วงต้องการ

ประโยชน์ของเหงือกปลาหมอดอกม่วง

สรรพคุณทางยาของเหงือกปลาหมอดอกม่วง

แก้อาการเหน็บชา ริดสีดวง มะเร็ง อัมพาต ปวดเมื่อย ปวดฟัน แก้หืด แก้ไอ แก้คัน ขับเสมหะ เป็นยาอายุวัฒนะ แก้ฝี แก้ท้องเฟ้อ ขับโลหิต ขับน้ำเหลืองเสีย แก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย แก้โรคผิวหนัง

คุณค่าทางโภชนาการของเหงือกปลาหมอดอกม่วง

การแปรรูปของเหงือกปลาหมอดอกม่วง

แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ : http://www.bedo.or.th/lcdb/biodiversity/view.aspx?id=9441&SystemType=BEDO
https://www.flickr.com

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *