เหงือกปลาหมอ เหงือกปลาหมอน้ำเงิน

เหงือกปลาหมอ

ชื่ออื่นๆ : แก้มหมอ แก้มหมอเล จะเกร็ง นางเกร็ง อีเกร็ง เหงือกปลาหมอน้ำเงิน

ต้นกำเนิด : ป่าชายเลนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ชื่อสามัญ : Sea Holly

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Acanthus ebracteatus

ชื่อวงศ์ : ACANTHACEAE

ลักษณะของเหงือกปลาหมอ

เป็นไม้พุ่มขนาดกลาง สูง 1-2 เมตร ลำต้นและใบมีหนาม ใบหนามแข็งมีขอบเว้าและมีหนามแหลม ใบออกเป็นคู่ตรงข้ามกัน ดอกออกเป็นช่อตามยอด กลีบดอกสีขาวอมม่วง มี 4 กลีบแยกจากกัน ผลเป็นฝักสีน้ำตาล มี 4 เมล็ด ชอบขึ้นตามชายน้ำ ริ่มฝั่งคลองบริเวณปากแม่น้ำ

ต้นเหงือกปลาหมอ
ลำต้นและใบมีหนาม

การขยายพันธุ์ของเหงือกปลาหมอ

ใช้เมล็ด,ปักชำ

ธาตุอาหารหลักที่เหงือกปลาหมอต้องการ

ประโยชน์ของเหงือกปลาหมอ

1. ถ้าเจ็บตา ตาแดง ให้เอาต้นเหงือกปลาหมอต้มกับขิง เอาน้ำหยอดตาหายแล
2. ถ้าเป็น เหน็บชาเท้ามือแลทั้งตัวให้เอาต้นเหงือกปลาหมอมาตำ ทาที่ตรงเจ็บ
หายแล
3. ถ้างูกัด ให้เอาต้นเหงือกปลาหมอมากินด้วย ทาด้วย หายแล
3. ถ้าเป็นฝีบวมขึ้น ให้เอาต้นเหงือกปลาหมอกับขมิ้นอ้อยมาตำปนกันแล้วทา
หายแล
4. ถ้าเป็นฝีบวมขึ้น ให้เอาต้นเหงือกปลาหมอกับขมิ้นอ้อยมาตำปนกันแล้วทา
หายแล
5. ถ้าเป็นริดสีดวงงอกให้เอาต้นเหงือกปลาหมอ กับขมิ้นอ้อยตำปนกับน้ำมัน หรือ น้ำมูตทา หายแล
6. ถ้าเป็นไข้หนาวสั่นทั้งตัว ให้เอาต้นเหงือกปลาหมอกับขิงต้มปนกันแล้วกิน
หายแล
7. ถ้าเป็นหูหนาตาโต ให้เอาต้นเหงือกปลาหมอตำเข้ากับน้ำกินแล้วเอาใบ
ส้มป่อยต้มอาบ หายแล
8. ถ้าเจ็บหลัง เจ็บบั้นเอวให้เอาต้นเหงือกปลาหมอกับชะเอมเทศทำเป็นผง
ละลายน้ำผึ้งกิน หายแล
9. ถ้าเป็นริดสีดวงแห้ง หรือฝีในท้อง และซูบผอมเหลืองทั้งตัวให้เอาต้น
เหงือกปลาหมอตำเป็นผงละลายน้ำผึ้งกินทุกวัน หายแล
10. ถ้าเป็นริดสีดวงตีนมือตายให้ร้อนทั้งตัว และให้เวียนศีรษะตามืดเจ็บทั่วตัว
และตัวนั้นแห้งชื่อว่าลมเพชฌฆาต 38 จำพวก ให้เอาต้นเหงือกปลาหมอ
กับเปลือกมะรุมเสมอกัน เอาเกลือนิดหนึ่ง หมาก 3 คำ เบี้ย 3 ตัว วางบน
ปากหม้อ เอาฟืน 30 ตุ้มต้น ถ้าเดือดแล้วให้อึดใจยกลง เวลากินให้อึดใจกิน
หายแล

ดอกของเหงือกปลาหมอ
ดอกสีขาว เป็นช่อออกที่ปลายกิ่ง

11. ตำเป็นผงละบายน้ำผึ้งกินทุกวัน ถ้ากินได้เดือนหนึ่งโรคไม่มีและมีสติ
ปัญญา ถ้ากินสองเดือนคนชอบมาก ถ้ากินได้หนึ่งเดือนถึงสองเดือน
ริดสีดวงสิบสองจำพวกไม่มีเลย ถ้ากินได้สี่เดือนลมสิบสองจำพวกไม่มีเลย
แลตาแดงดังครุฑ หูได้ยินเสียงราชสีห์ ถ้ากินถึงห้าเดือนโรคในกายไม่มี
ไม่มีเลย ถ้ากินถึงหกเดือนเดินได้วันละโยชน์ไม่เหน็ดเหนื่อย ถ้ากินถึง
เจ็ดเดือนสีเนื้อเลือดดี ถ้ากินถึงเก้าเดือนคมหอกดาบแทงฟันไม่เข้าเลย
ต้นเหงือกปลานี้มีคุณหนักหนา เปรียบเหมือนยาทิพย์ก็ว่าได้ ถ้ากินอาหาร
และสิ่งใด ๆ เข้าไม่มีโทษเลย
12. ถ้าเป็นมะเร็งทั่วตัว ให้เอาต้นเหงือกปลาหมอ พริกไทยหนึ่ง ดีปลีหนึ่ง
ตำปนกันละบายน้ำร้อนกิน หายแล
13. ถ้าเจ็บทั่วสรรพางค์กาย ให้เอาต้นเหงือกปลาหมอตำเอาน้ำทาหายแล
14. ถ้าชางแทง กระบือชน ตกจากที่สูง หรือต้องคมอาวุธทั้งหลายก็ดี
ให้เอาต้นเหงือกปลาหมอตำทาที่แผล หายแล
15. ถ้าเป็นฝีรักแร้ และลำคอก็ดี ให้เอาต้นเหงือกปลาหมอ ขมิ้นอ้อยหนึ่ง
แล้วเอาน้ำมันงากับมูตเคล้ากับยาทา หายแล
16. ถ้าเป็นฝีแดงคันขึ้นมาเกาจนไม่รู้ตัวเจ็บ หรือเป็นหูหนาตาโต ให้เอา
ต้นเหงือกปลาหมอตำกินแล้วเอาน้ำมาต้มกับใบส้มป่อยอาบ หายแล
17. ถ้าหญิงระดูขาดหรือโลหิตแห้ง ตั้งแต่หนึ่งเดือนถึงสองเดือนก็ดี แลให้
เจ็บผอมเหลืองทั่วสรรพางค์กาย ให้เอาต้นเหงือกปลาหมอตำเป็นผง
ละลายน้ำมันหรือน้ำผึ้งก็ได้กินทุกวันไป โรคนั้นหายแล
18. ถ้าเป็นลมจับ ให้เอาเหงือกปลาหมอหนึ่งส่วนพริกไทยสองส่วน ตำเป็น
ผงละบายน้ำร้อนกินแล้วลมแปดจำพวก หายแล
19. ถ้าเป็นมะเร็งกับท้องให้ลงจนตัวเหลือง ให้เอาต้นเหงือกปลาหมอหนึ่ง
กระชายหนึ่ง มะคำไก่หนึ่งสอง สมอทั้งหนึ่ง ต้มกิน หายแล
20. ถ้าหน้ามืดตามัว ให้เอาต้นเหงือกปลาหมอหนึ่ง กระเพราทั้งสองหนึ่ง

ดอกเหงือกปลาหมอ
ดอกสีม่วง เป็นช่อตั้งตรง

สรรพคุณทางยาของเหงือกปลาหมอ

  • ราก : สรรพคุณช่วยขับเสมหะ แก้หืด แก้อัมพาต บำรุงประสาท รักษามุตกิดระดูขาว
  • ต้น : รสเค็มกร่อย สรรพคุณแก้ปวดศีรษะ ช่วยถอนพิษ แก้ลมพิษ แก้พิษฝีดาษ ถ้าใช้ทาจะช่วยโรคเหน็บชาได้
  • ใบ : รสเค็มกร่อยร้อน สรรพคุณช่วยรักษาแผลอักเสบ แก้โรคผิวหนัง แก้ไข้ แก้ปวดต่างๆ รักษากลากเกลื้อน ใช้นำคั้นจากใบนำมาทาศีรษะ จะช่วยในการบำรุงรากผม
  • ผล : รสเผ็ดร้อน สรรพคุณช่วยถอนพิษ ขับโลหิต
  • เมล็ด : รสเผ็ดร้อน สรรพคุณช่วยขับน้ำเหลืองที่เสีย ขับพยาธิ ปิดพอกฝี

ใช้เหงือกปลาหมอทั้ง 5 (ราก,ต้น,ใบ,ผล,เมล็ด) มีสรรพคุณช่วยแก้พิษฝี แก้มะเร็ง ช่วยในการเจริญอาหาร ช่วยให้เลือดลมปกติ

คุณค่าทางโภชนาการของเหงือกปลาหมอ

การแปรรูปของเหงือกปลาหมอ

นำมาแปรรูปเป็นแชมพู สบู่และยาชนิดแคปซูล

แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ : http://www.bedo.or.th/lcdb/biodiversity/view.aspx?id=9663&SystemType=BEDO
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%87%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%AD
http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_02_7.htm
https://www.flickr.com

Add a Comment