แก้วกาญจนา ลำต้นอวบน้ำ ใบมีหลายสี

แก้วกาญจนา

ชื่ออื่นๆ : เขียวหมื่นปี หรือ อโกลนีมา

ต้นกำเนิด :

ชื่อสามัญ : แก้วกาญจนา (Aglaonema)

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Aglaonema modestum

ชื่อวงศ์ : Araceae

ลักษณะของแก้วกาญจนา

ไม้พุ่มขนาดเล็ก อายุหลายปี
ลำต้น: ทุกส่วนอวบน้ำ เมื่ออายุมากขึ้นมักทิ้งใบล่าง เห็นข้อและปล้องชัดเจน
ใบ: ใบเดี่ยว ออกเวียนสลับ รูปใบมีหลายแบบ ทั้งรูปรี รูปไข่ รูปรีแกมรูปขอบขนาน และรูปแถบ ใบสีเขียวเข้มเป็นมัน ปัจจุบันปรับปรุงพันธุ์ให้มีลวดลายและสีสันแปลกตาขึ้น ทั้งสีส้ม แดง ชมพู และเหลือง
ดอก: เป็นช่อเชิงลด ออกที่ซอกกาบใบใกล้ปลายยอด มีกาบหุ้มช่อดอกอีกชั้นหนึ่ง ออกดอกตลอดปี
ผล: สดมีเนื้อทรงรี เมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีแดงอมส้ม สีขาว หรือสีเหลือง ขึ้นอยู่กับชนิดและพันธุ์ ภายในมี 1 เมล็ด

แก้วกาญจนา
แก้วกาญจนา ใบรูปรี แถบใบ สีชมพู สีแดง

การขยายพันธุ์ของแก้วกาญจนา

แยกหน่อ ปักชำ เพาะเมล็ด และเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

ธาตุอาหารหลักที่แก้วกาญจนา ต้องการ

ประโยชน์ของแก้วกาญจนา

เลี้ยงเพื่อความสวยงามและเป็นไม้มงคล

สรรพคุณทางยาของแก้วกาญจนา

รากและใบมีรสจืด ขมเล็กน้อย เป็นยาเย็น มีพิษเล็กน้อย ใช้เป็นยาดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ แก้ไทรอยด์

ใช้เป็นยาแก้อาการไอเป็นเลือด แก้อาการไอเนื่องจากปอดมีความร้อน แก้ไอหืดหอบ

ใช้เป็นยาแก้เจ็บคอ คอบวมอักเสบ ด้วยการใช้รากเขียวหมื่นปีนำมาล้างให้สะอาด ตำให้แหลกคั้นเอาน้ำ ผสมกับน้ำเย็น ใส่เกลือเล็กน้อย นำมาใช้เป็นยาอมกลั้วคอ

ใช้เป็นยาแก้คอตีบ ด้วยการใช้ใบสดประมาณ 8-20 กรัม ตำให้แหลก นำมาต้มกับน้ำรับประทานหรือนำมาคั้นเอาน้ำแล้วผสมกับน้ำส้มสายชูเล็กน้อย ใส่น้ำเย็น แล้วนำมาอมกลั้วคอ

ใช้เป็นยาแก้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ
ต้นแก้วกาญจนา
ต้นแก้วกาญจนา ใบสีเขียวเข้ม

คุณค่าทางโภชนาการของแก้วกาญจนา

การแปรรูปของแก้วกาญจนา

แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ : http://www.bedo.or.th/lcdb/biodiversity/view.aspx?id=11187&SystemType=BEDO
https://www.flickr.com

One Comment

Add a Comment