ช้างน้าว ดอกสีเหลือง ต้นไม้และดอกไม้ประจำจังหวัดมุกดาหาร

ช้างน้าว

ชื่ออื่นๆ : กระแจะ (ระนอง); กระโดงแดง, กำลังช้างสาร (ภาคกลาง); ขมิ้นพระต้น (จันทบุรี); ควุ (กะเหรี่ยง-นครสวรรค์); แง่ง (บุรีรัมย์); ช้างน้าว (นครราชสีมา); ช้างโน้ม (ตราด); ช้างโหม (ระยอง); ตาชีบ้าง (กะเหรี่ยง-เชียงใหม่); ตานนกกรด (นครราชสีมา); ตาลเหลือง (ภาคเหนือ); ฝิ่น (ราชบุรี); โว้โร (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี)

ต้นกำเนิด :

ชื่อสามัญ : ตาลเหลือง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ochna integerrima (Lour.) Merr.

ชื่อวงศ์ : OCHNACEAE

ลักษณะของช้างน้าว

ไม้พุ่มหรือไม้ต้น สูงได้ถึง 12 ม. หูใบขนาดเล็ก ร่วงเร็ว ใบเรียงเวียน รูปขอบขนานถึงรูปใบหอก หรือแกมรูปไข่กลับ ยาว 6–25 ซม. ขอบจักฟันเลื่อย ก้านใบยาว 1–5 มม. ช่อดอกแบบช่อกระจุกแยกแขนงสั้น ๆ ยาวได้ถึง 4 ซม. ก้านดอกยาว 2–4 ซม. ฐานดอกขยายในผล กลีบเลี้ยง 4 กลีบ รูปไข่แกมรูปขอบขนาน ยาว 1–1.6 ซม. ขยายในผล ดอกสีเหลือง มี 5–7 กลีบ รูปไข่กลับ ยาว 1.5–2.5 ซม. มีก้านกลีบ เกสรเพศผู้จำนวนมาก เรียง 2–3 วง ก้านชูอับเรณูยาว 3–7 มม. วงนอกยาวกว่าวงใน ติดทน มีสีแดงในผล อับเรณูรูปแถบยาว 4–6 ซม. มีช่องเปิดที่ปลาย มี 6–15 คาร์เพล ก้านเกสรเพศเมียยาว 1–1.5 ซม. มีโคนก้าน ยอดเกสรจักเป็นพูตื้น ๆ ผลย่อยแบบผนังชั้นในแข็ง มี 3–15 ผล ติดบนฐานดอกใกล้โคน รูปรี ยาวประมาณ 1 ซม. สุกสีดำ กลีบเลี้ยงติดทน สีแดง พับงอกลับ ยาวประมาณ 2 ซม.

ช้างน้าว
ช้างน้าว ใบเรียงเวียน ขอบจักฟันเลื่อย
ดอกช้างน้าว
ดอกช้างน้าว ดอกสีเหลือง ยอดเกสรจักเป็นพูตื้น

การขยายพันธุ์ของช้างน้าว

ใช้กิ่ง/ลำต้น/เพาะเมล็ด ปักชำกิ่ง

ธาตุอาหารหลักที่ช้างน้าวต้องการ

ประโยชน์ของช้างน้าว

ต้นไม้และดอกไม้ประจำจังหวัดมุกดาหาร

สรรพคุณทางยาของช้างน้าว

ลำต้น ตากแห้งผสมกับ เปลือกลำต้นนางพญาเสือโคร่ง ลำ ต้นฮ่อสะพายควาย ม้ากระทืบโรง จะค่าน มะตันขอ ข้าว หลามดง หัวยาข้าวเย็น แก่นฝาง ไม้มะดูก และโด่ไม่รู้ล้ม ต้มน้ำดื่มเป็นยาบำรุงกำลัง แก้อาการปวดเมื่อย(คนเมือง)

คุณค่าทางโภชนาการของช้างน้าว

การแปรรูปของช้างน้าว

แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ : http://www.bedo.or.th/lcdb/biodiversity/view.aspx?id=11826&SystemType=BEDO
https://www.flickr.com

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *