พืชผักสมุนไพรพื้นบ้านหลายชนิด ที่สามารถใช้เป็นยาและเป็นอาหารได้

พืชผักสมุนไพรพื้นบ้านหลายชนิด ที่สามารถใช้เป็นยาและเป็นอาหารได้ เช่น สะเดา ผักแพว กะเพรา ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์อาหารไทยยกกำลัง 2 ซึ่งมีลักษณะพิเศษต่างจากอาหารชาติอื่น จึงมีนโยบายให้สำนักโภชนาการ กรมอนามัย ทำการศึกษาวิจัยหาคุณค่าของผักพื้นบ้านที่คนไทยทั้ง4 ภาค นิยมกินกันอยู่ทั่วไปทั้งดอก ใบ ยอดอ่อน ฝัก ผล หัวและราก เพื่อเผยแพร่สรรพคุณและส่งเสริมให้มีการนำมาเป็นอาหารบำรุงสุขภาพในปี2555 เพิ่มภูมิต้านทานโรค และจะให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเผยแพร่ส่งเสริมประชาชนใช้บริโภคและให้โรง พยาบาลในสังกัดของกระทรวงสาธารณสุขนำมาปรุงเป็นอาหารของผู้ป่วย เป็นตัวอย่างประชาชน เมื่อออกจากโรงพยาบาลสามารถนำไปทำกินเองที่บ้านได้

กะเพรา
กะเพรา มีขนเล็กตามลำต้น มีกลิ่นหอมฉุนและมีรสเผ็ดร้อน

ประเทศไทยมีผักพื้นบ้านมากกว่า 300 ชนิด ส่วนใหญ่จะขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่นริมห้วย หนองคลองบึง และป่าเขา ในการศึกษาผักพื้นบ้านในปี 2554 นี้ กรมอนามัยได้เก็บตัวอย่างผักพื้นบ้าน รวม 45 ชนิด จาก 4 ภาค ประกอบด้วย

  • ภาคกลาง   12   ชนิด
  • ภาคเหนือ   6   ชนิด
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ   5  ชนิด
  • ภาคใต้   22   ชนิด

โดยศึกษาปริมาณสารอาหารที่มีความสำคัญต่อร่างกาย 9 ชนิด ได้แก่

  1. พลังงาน
  2. โปรตีน
  3. ไขมัน
  4. คาร์โบไฮเดรต
  5. เบต้าแคโรทีน
  6. วิตามินซี
  7. ใยอาหาร
  8. ธาตุเหล็ก
  9. แคลเซียม

ผลการศึกษาเมื่อเปรียบเทียบน้ำหนักทุก 100 กรัมเท่ากัน พบว่าผักพื้นบ้านของไทยทุกชนิดให้พลังงาน โปรตีน ไขมันและคาร์โบไฮเดรตน้อยมาก จึงกล่าวได้ว่าผักเหล่านี้กินแล้วไม่ทำให้อ้วน

ยอดสะเดา
ยอดสะเดา ดอกเป็นช่อสีขาว

ผักที่มีแคลเซียมสูงที่สุด 10 อันดับ ได้แก่

  1. หมาน้อยมี 423 มิลลิกรัม
  2. ผักแพวมี  390   มิลลิกรัม
  3. ยอดสะเดามี   384   มิลลิกรัม
  4. กระเพราขาวมี   221   มิลลิกรัม
  5. ใบขี้เหล็กมี   156   มิลลิกรัม
  6. ใบเหลียงมี   151   มิลลิกรัม
  7. ยอดมะยมมี   147   มิลลิกรัม
  8. ผักแส้วมี   142   มิลลิกรัม
  9. ดอกผักฮ้วนมี   113   มิลลิกรัม
  10. ผักแมะมี   112   มิลลิกรัม

โดยแคลเซียม มีบทบาทหลักคือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของกระดูก และป้องกันโรคกระดูกพรุน ช่วยในการทำงานของระบบประสาท กล้ามเนื้อ หัวใจและหลอดเลือด นอกจากนี้ยังช่วยในการแข็งตัวของเลือด และควบคุมการหลั่งของฮอร์โมนบางชนิด

ขี้เหล็ก
ใบขี้เหล็ก ใบประกอบแบบขนนก

ผักที่มีธาตุเหล็กสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. ใบกระเพราแดงมี   15   มิลลิกรัม
  2. ผักเม็กมี   12   มิลลิกรัม
  3. ใบขี้เหล็กมี   6   มิลลิกรัม
  4. ใบสะเดามี   5   มิลลิกรัม
  5. ผักแพวมี   3   มิลลิกรัม

ส่วนธาตุเหล็ก เป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการสร้างฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง เพื่อนำอ็อกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆในร่างกาย และมีบทบาทในด้านพัฒนาการและการเรียนรู้ สมรรถภาพในการทำงาน สร้างภูมิต้านทานโรค และเกี่ยวข้องกับการเจริญพันธุ์ ธาตุเหล็กจะถูกดูดซึมได้ดีต้องรับประทานอาหารที่มีวิตามินซีควบคู่ด้วย

ผักแพว
ผักแพว ใบเป็นรูปหอกหรือรูปหอกแกมรูปไข่

ผักที่มีใยอาหารสูง 10 อันดับ ได้แก่

  1. ยอดมันปู มี  16.7   กรัม
  2. ยอดหมุย มี   14.2   กรัม
  3. ยอดสะเดา มี   12.2   กรัม
  4. เนียงรอก มี   11.2  กรัม
  5. ดอกขี้เหล็ก   9.8   กรัม
  6. ผักแพว   9.7  กรัม
  7. ยอดมะยม   9.4   กรัม
  8. ใบเหลียง   8.8   กรัม
  9. หมากหมก   7.7   กรัม
  10. ผักเม่ามี    7.1   กรัม

ซึ่งใยอาหารในผัก ทำให้ร่างกายขับถ่ายอุจจาระได้เร็วขึ้น ท้องไม่ผูก ช่วยป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และทำให้การดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดช้าลง ส่งผลให้ลดระดับการใช้อินซูลิน นอกจากนี้ใยอาหารบางชนิด ยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

ยอดมะยม
ยอดมะยม ใบรูปขอบขนานกลมหรือค่อนข้างเป็นสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนปลายใบแหลม

ผักที่มีเบต้าแคโรทีน สูง 10 อันดับ ได้แก่

  1. ยอดลำปะสีมี   15,157  ไมโครกรัม
  2. ผักแมะมี    9,102   ไมโครกรัม
  3. ยอดกะทกรกมี    8,498  ไมโครกรัม
  4. ใบกระเพราแดงมี   7,875  ไมโครกรัม
  5. ยี่หร่ามี   7,408   ไมโครกรัม
  6. หมาน้อยมี   6,577   ไมโครกรัม
  7. ผักเจียงดามี   5,905   ไมโครกรัม
  8. ยอดมันปูมี   5,646   ไมโครกรัม
  9. ยอดหมุยมี   5,390   ไมโครกรัม
  10. ผักหวานมี   4,823   ไมโครกรัม
ยอดมันปู
ยอดมันปู ใบอ่อนมีสีแดง ผิวหน้าใบลื่นเป็นมัน

ส่วนผักที่มีวิตามินซีสูง 10 อันดับ ได้แก่

  1. ดอกขี้เหล็กมี   484   มิลลิกรัม
  2. ดอกผักฮ้วนมี   472   มิลลิกรัม
  3. ยอดผักฮ้วนมี   351   มิลลิกรัม
  4. ฝักมะรุมมี   262   มิลลิกรัม
  5. ยอดสะเดามี   194   มิลลิกรัม
  6. ผักเจียงดามี   153   มิลลิกรัม
  7. ดอกสะเดามี   123   มิลลิกรัม
  8. ผักแพวมี   115   มิลลิกรัม
  9. ผักหวานมี   107  มิลลิกรัม
  10. ยอดกะทกรกมี   86   มิลลิกรัม
ผักเม็ก
ผักเม็ก ใบอ่อนสีแดง ใบรูปใบหอกแกมรูปไข่

โดยทั้งเบต้าแคโรทีนและวิตามินซี เป็นสารอาหารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง โรคหัวใจ ลดการอักเสบ เสริมสร้างภูมิต้านทานโรคในร่างกาย ทำให้ร่างกายแก่ชราช้าลงด้วย

การ นำผักพื้นบ้านประจำถิ่นมาปรุงประกอบอาหาร นับได้ว่าเป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทย ในการสร้างเสริมสุขภาพและรักษาโรคโดยไม่ต้องพึ่งยาและสารเคมี ในแต่ละภาคของประเทศไทยมีผักพื้นบ้านสามารถเลือกรับประทานได้ตลอดปี และประชาชนควรเพิ่มการกินผักพื้นบ้านให้มากขึ้น เพราะนอกจากจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายแล้ว ยังเป็นการอนุรักษ์ผักพื้นบ้านให้ลูกหลานรู้จักและบริโภคต่อได้

 

แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ : https ://www.tpa.or.th
ภาพประกอบ : https://www.flickr.com

2 Comments

Add a Comment